วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Log โครงสร้างพื้นฐานของประโยค

โครงสร้างพื้นฐานของประโยค
                        ประโยคในภาษาอังกฤษมีมากมายหลายประเภท สามารถกระจายออกเป็นรูปโครงสร้างพื้นฐานได้ทั้งนั้น ประโยคต่างๆ จะมาจากพื้นฐานที่เรียกว่า base sentence (ประโยคเปลือย) บางคนก็จะเรียกว่า karnel sentence (ประโยคแก่น) ประโยคซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานนี้หมายถึงประโยคที่ประกอบด้วยประโยคที่มีคำน้อย ใช้คำเฉพาะ แต่มีใจความสมบูรณ์ ถูกต้องตามหลักภาษา สื่อความหมายได้อย่างตรงไปตรงมา แต่อาจขาดความไพเราะ ไม่สละสลวย หรือรายละเอียดตรงตามความตั้งใจของผู้แต่งประโยค
                        ในการแปลประโยคที่ซับซ้อน ถ้าแยกข้อความออกเป็นหน่วยประโยคที่สั้นหรือเล็กที่สุดตามลักษณะโครงสร้างประโยคพื้นฐานแต่ละแบบแล้ว จะช่วยให้การวิเคราะห์ความหมายของประโยคได้ดีขึ้นซึ่งฮอร์นบีและคณะได้แยกประโยคพื้นฐานไว้ใน The Advanced Learner’s Dictionary of Current English ไว้ 25 แบบ โดยถือตามหน้าที่และความนิยมในการใช้คำกริยาเป็นหลัก เรียกว่ากระสวนหรือแบบคำของกริยา (verb pattern)
                        ซึ่งแบบของคำกริยาของฮอร์นบี ได้แบ่งแบบคำกริยาออกเป็น 25 แบบดังนี้
1.            VP 1… Vb  +   Direct Object
2.            VP 2… Vb  +   (not) to  +  Infinitive, etc.
3.            VP 3… Vb  +   Noun or Pronoun  +  (not) to  +  Infinitive, etc.
4.            VP 4… Vb  +   Noun or Pronoun  +  (to be)  +  Complement
5.            VP 5… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Infinitive, etc.
6.            VP 6… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Present Participle
7.            VP 7… Vb  +   Object  +  Adjective
8.            VP 8… Vb  +   Object  +  Noun
9.            VP 9… Vb  +   Object  +  Past participle
10.    VP 10… Vb  +   Object  +  Adverb or Adverbial Phrase, etc.
11.    VP 11… Vb  +   that-clause
12.    VP 12… Vb  +   Noun or Pronoun  +  that-clause
13.    VP 13… Vb  +   Conjunctive  +  to  +  Infinitive, etc.
14.    VP 14… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Conjunctive  +  to  +  Infinitive, etc.
15.    VP 15… Vb  +   Conjunctive  +  Clause
16.    VP 16… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Conjunctive  +  Clause
17.    VP 17… Vb  +   Gerund, etc.
18.    VP 18… Vb  +   Direct Object  +  Preposition  +  Prepositional Object
19.    VP 19… Vb  +   Indirect Object  +  Direct Object
20.    VP 20… Vb  +   (for+  Complement of Distance, Time, Price, etc.
21.    VP 21… Vb  alone
22.    VP 22… Vb  +   Predicative
23.    VP 23… Vb  +   Adverbial Adjunct
24.    VP 24… Vb  +   Proposition  +  Prepositional Object
25.    VP 25… Vb  +   to  +  Infinitive
ซึ่งในการแปลภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่งนั้น ถ้าผู้แปลมีความสามารถ มีความรู้ที่ดีทั้งสองภาษา การตีความหรือวิเคราะห์ความหมายของประโยคจะทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่คิดในใจ สำหรับผู้ที่ยังไม่ค่อยชำนาญ การแยกประโยคที่ซับซ้อนเป็นประโยคพื้นฐานจะช่วยได้มาก



Log บันเทิงคดี

การแปลบันเทิงคดี
การแปลบันเทิงคดี (The Translation of Literary Work) นั้นหมายถึง งานเขียนทุกประเภทที่ไม่อยู่ในประเภทงานวิชาการและสารคดี บันเทิงคดีมีหลายรูปแบบ ได้แก่ นวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี เป็นต้น ทั้งนี้แบ่งการแปลบันเทิงคดีออกเป็นองค์ประกอบของงานเขียนแบบบันเทิงคดีและองค์ประกอบด้านภาษา
ซึ่งการแปลบันเทิงคดีจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญ 2 ประการคือองค์ประกอบด้านภาษาและองค์ประกอบที่ไม่ใช่ภาษา ซึ่งหมายถึงอารมณ์และท่วงทำนองของงาน เพราะองค์ประกอบด้านอารมณ์และท่วงทำนองนั่นจะสะท้อนให้เห็นถึงองค์ประกอบของภาษา อย่างไรก็ตามองค์ประกอบในด้านภาษาที่เกี่ยวข้องกับการแปลบันเทิงคดีสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การใช้คำที่มีความหมายแฝง และภาษาเฉพาะวรรณกรรม ในหัวข้อที่หนึ่ง ภาษาที่มีความหมายแฝงคือคำศัพท์ที่ใดๆ ประกอบด้วยคำศัพท์ที่มีความหมายตรงตัวหรือความหมายตามตัวอักษร เช่น Chicken หมายถึง ไก่แต่มีคำศัพท์เป็นคำศัพท์ที่มีความหมายแฝงอีกด้วย คือ ไก่ในความหมายตรงๆคือสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีปีก โดยมีความหมายแฝงคือ ขี้คลาดตาขาว ฉะนั้นเมื่อแปลเราจะต้องใส่ใจต่อคำศัพท์ทุกตัว
ประการที่สองคือ ภาษาเฉพาะวรรณกรรมหรือโวหารภาพพจน์ เช่น โวหารอุปมาอุปมัย โวหารอุลักษณ์ โวหารเย้ยหยันเสียดสี โวหารที่ใช้ส่วนหนึ่งแทนทั้งหมด และโวหารที่กล่าวเกินจริง โดยภาษากลุ่มนี้มีลักษณะสะท้อนวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การกินอยู่ การแต่งกาย อาชีพ ดินฟ้าอากาศ ศาสนา การเมืองและเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตามแต่ละที่นั้นมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันภาษาจึงต้องมีความแตกต่างกันด้วย ดังนั้นเราจึงต้องรู้รายละเอียดอย่างดี
ส่วนองค์ประกอบด้านภาษา เป็นงานแปลบันเทิงคดีที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การใช้คำสรรพนามและคำเรียกบุคคล การใช้คำที่มีความหมายแฝง และภาษาเฉพาะวรรณกรรม ภาษาที่มีความหมายแฝงคือ อ่านข้อความในต้นฉบับบอย่างน้อย 1 จบ ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาโดยรวม ในการอ่านผู้แปลไม่ควรหาคำศัพท์ใดๆ แต่อาจจะทำเครื่องหมายบางอย่างไว้ เพื่อกลับมาหาคำศัพท์เมื่ออ่านเสร็จ

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือการเขียนแบบบันเทิงคดี ซึ่งก็คืองานเขียนรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบการเขียนแบบวิชาการและสารคดี แต่จะเป็นงานเขียนที่ให้การบันเทิงมากกว่าโดยจะมีโวหารภาพพจน์ ทำให้เราสามารถนึกภาพหรือจินตาการตามตอนที่เราอ่านได้นั่นเอง

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Hush Money

HUSH  MONEY
ด้านหลังร้านชื่อ  เดอะกรีนเบิร์ด  มีที่จอดรถขนาดใหญ่  มันเป็นร้านเหล้าที่ยุ่งวุ่นวาย  และทุกๆคืนจะมีรถจำนวนมากอยู่ที่นี้  ในคืนนี้  มีผู้หญิงอยู่ในที่จอดรถด้วยเช่นกัน  เธอยืนอยู่ในที่มืดหลังต้นไม้  มองดูและรอ
เธอมีชื่อว่าโรซ่าและเธออายุ  20  ปี  เธอทำงานในโรงแรมอาทิตย์ละ  6  วันยกเว้นวันจันทร์  ในวันจันทร์โรซ่าจะทำบางอย่างที่แตกต่างไป  และวันนี้คือวันจันทร์  มันหนาว  โรซ่าวางมือลงไปในกระเป๋าของเสื้อโค้ทของเธอ  มันเป็นคืนสำหรับกางเกง  แต่โรซ่าสวมกระโปรงสั้นและไม่ใส่อะไรที่ขาทั้ง  2  เลย  มันเป็นสิ่งสำคัญ
หลังจากเวลาผ่านไป  ผู้หญิงออกมาจากร้านเหล้าและเดินไปยังที่จอดรถฟอร์ดคันสีฟ้า  ผู้หญิงอายุประมาณ  50  ปีและเธอเดินช้า  เธอร้องเพลงเงียบพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มนิดๆ
“  เธอดื่ม  ”  โรซ่าคิด  “  แต่เธอจะขับรถ 
ผู้หญิงขับรถของเธอและวางมือลง  เธอสวมเสื้อโค้ทยาวสีเขียวและกางเกงสีเทา  และเธอมีผม       สีบรอนด์  ผมบรอนด์มากๆ
“  โอ้ที่รัก  หัวของฉัน  ”  เธอพูดและหัวเราะ
“  สีผมนั้นเหมือนออกมาจากขวด  ”  โรซ่าคิด
เธอเอาขวดเล็กๆ  ออกมาจากกระเป๋า  มีของเหลวสีแดงอยู่ในนั้นและเธอทาลงบนขาของเธอ  ทันใดนั้นเธอก็วิ่งอย่างเร็วรอบที่จอดรถฟอร์ดสีฟ้า
ผู้หญิงคนนี้เปิดประตูและตกไปนั่งที่นั่งคนขับ  และเธอหัวเราะ  “  โอ้  โดรอทที่  เบิร์น  ”  เธอร้องเพลง  “  คุณดื่มอีกครั้ง  ! 
ตอนนี้โรซ่าอยู่ด้านหลังรถของเธอ  หมอบอยู่กับพื้น  เมื่อรถเริ่มเคลื่อนไปข้างหลัง  เธอกระโดดและรีบวางบางอย่างบนด้านหลังของรถ
โดรอทที่เบิร์นออกมาจากรถและเดินรอบๆไปข้างหลัง  เมื่อเธอเห็นโรซ่าอยู่ที่พื้น  หน้าของเธอก็เป็นสีขาว
“  โอ้  ”  เธอร้อง  “  เกิดอะไรขึ้น 
“  ขาของฉัน  ”  โรซ่าพูด  “  บนขาของฉัน  ”  เธอเริ่มร้อง
“  แต่  แต่เกิดอะไรขึ้น  ”  โครอทที่เบิร์นพูด  ทันใดนั้นเธอเห็นน้ำสีแดง  บนขาของโรซ่า  “  โอ้  นั้นเลือดบนขาของคุณ  !! 
“  ใช่  เพราะว่ารถของคุณชนฉัน  ทำทำไม  ”  โรซ่าพูด  เธอหยุดร้องและดูโกรธ
“  ฉัน  ฉันไม่เห็นว่าคุณอยู่หลังฉัน  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด
“  คุณไม่เห็นฉันเพราะคุณไม่ได้มอง  ”  โรซ่าพูดแบบโกรธ  และเธอพูดใส่ผู้หญิงว่า  คุณเมา
ทันใดนั้น  โครอทที่  เบิร์นกลัวมาก  ฉัน  ฉัน... 
“  ใช่  คุณมีกลิ่นวิสกี้ !  ฉันได้กลิ่นมาจากตรงนี้  ”  โรซ่าพูด  “  ฉันกำลังจะโทรไปหาตำรวจเดี๋ยวนี้
“  โอ้  ไม่  ได้โปรด  !    โครอทที่  พูด   ฉันเสียใจ  เสียใจมากๆ  แต่อย่าบอกตำรวจ  ได้โปรด  ฟังฉัน  ฉันสามารถช่วยคุณ  ฉันสามารถพาคุณไปที่บ้านและ...
“  ฉันไม่ขึ้นรถไปกับคุณหรอก  !  ”  โซร่าพูด  “  คุณเมา  !
“  ไม่  ”  โครอทที่  เบิร์นบอก  “  มันแค่วิสกี้ขวดเล็กแค่นั้น 
“  โอ๊  ใช่เหรอ  ? ”  บอกกับตำรวจนะ  “  โรซ่าก็ยืนขึ้น  จับขาของเธอ  ”  ทะเบียนรถของคุณคืออะไร ?
“  ไม่นะ  ขอร้อง  ! ”  โครอทที่  เบิร์นบอก  “  ไม่บอกตำรวจ  ฟังฉัน  ฉันต้องการช่วย  คุณเรียกแท็กซี่ไปส่งโรงพยาบาล  ฉันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง  มันเป็นอุบัติเหตุ 
“  มีเงินเท่าไหร่  ”  โรซ่าพูด
“  เอ่อ...เอ่อ  20  ปอนด์  ? โดรอทที่  เบิร์นบอก
“  50    โรซ่าพูด
“  ดี  ถ้า  30  ล่ะ  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด
 50  ”
“  แต่ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น 
“  50  ฉันจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้  ”  โรซ่าหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอ
“  โอเค โอเค  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด  เธอหยิบกระเป๋าถือออกมาจากรถ  เอาเงินออกมา  50  ปอนด์และให้กับโรซ่า  “  นี้ของคุณ  ”  เธอพูด
โรซ่ารับเงินและเดินออกไป  เธอเดินไปที่รถของเธอ  รถเฟียทคันเล็กสีขาว  10  ปี  เธอนั่งในรถและรอให้ผู้หญิงคนนั้นขับรถไป  และเธอก็กับรถกลับบ้าน
สามวันต่อมาวันจันทร์ตอนเย็น  โรซ่าไปร้านเหล้าที่แตกต่างกัน  3  ร้าน  เธอรอคนเมาหรือคนที่เมาที่กำลังจะขับรถกลับ  บางครั้งเธอรอสองชั่วโมงหรือมากกว่านั้นทันใด  นั้นเธอก็เอาขวดของเหลาสีแดง  และไม่กี่นาทีต่อมาก็มีอุบัติเหตุ
คนขับรถไม่ต้องการให้โรซ่าโทรหาตำรวจ  พวกเขาจ่ายเงินให้เธอเป็นที่เรียบร้อยบางครั้งก็  50  ปอนด์  บางครั้งก็  100  ครั้งหนึ่ง  ผู้ชายร่างใหญ่และอ้วนกับฟันสีทองให้เงินเธอ  200  ปอนด์  มันเป็นวัยจันทร์ที่ดีมาก
วันจันทร์ต่อมา  โรซ่าเจอร้านเหล้าในถนนไม่ไกลจากเดอะกรีนเบิร์ด  มันเป็นคืนที่หนาวมาก  เธอนั่งรอในรถของเธอ  ชั่วโมงหนึ่งผ่านไป  ผู้ชายคนหนึ่งออกมากจากร้านเหล้าถือขวดไวน์มือหนึ่ง  เขายืนมองไปมาที่ลานจอดรถ  โรซ่าของเขาอยู่
“  เขาหารถของเขาไม่เจอ  ”  เธอคิด  “  เขาเมา 
หลังจากนั้นหนึ่งถึงสองนาที  ผู้ชายคนนั้นเริ่มเดินไปยังลานจอดรถที่ฮอนด้าคันใหญ่สีแดง  รองเท้าของเขาและเขาใกล้จะตกลง  แต่สุดท้ายเขาก็ไปที่รถฮอนด้าและเริ่มเปิดประตู
โรซ่าเอาของเหลวสีแดงทาที่ขาของเธอและออกไปจากรถ  เธอเดินอย่างเร็วไปที่รถฮอนด้าและหมอบลงข้างหลังมัน  เริ่มอุบัติเหตุ
  เฮ้  คุณ  !
โรซ่ามองรอบๆ  อย่างรวดเร็ว  ผู้หญิงคนนึ่งวิ่งออกมาจากที่จอดรถ  ผู้หญิงใส่เสื้อโค้ทสีเขียว  กางเกงสีเทา  ผู้หญิงที่มีผมสีบรอนด์มาก  เธอมีกล้องถ่ายรูปในมือ
“  โอ้  ไม่  คุณไม่ทำ  !”  โครอทที่  เบิร์นตะโกน  เธอคว้าแขนของโรซ่า  “  คุณไปที่เดอะกรีนเบิร์ด  เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว 
“  อะไร  คุณเป็นใคร  คุณพูดถึงอะไร  ? ”  โรซ่าพูด  “  ฉันกำลังจะกลับบ้าน  ปล่อยแขนฉัน  !”
ผู้ชายที่ถือขวดไวน์ในมือมายังข้างหลังรถฮอนด้าของเขา  “  เฮ้  คุณกำลังทำอะไร  เกิดอะไรขึ้น  ?”  เขาพูด  หน้าของเขาแดงมากและตาของเขาใกล้จะปิด
“  ผู้หญิงคนนี้เอาเงินของฉันไป  50 ปอนด์  เมื่อสี่อาทิตย์ที่แล้ว  ”  โครอทที่  เบิร์นบอกเขา  “  เธอเป็นคนโกหกเธอจะลงไปอยู่ที่หลังรถของคุณ  และเธอก็จะถูกว่า  รถชนเธอ แต่มันไม่ใช่  เธอทำมันเพื่อที่จะเอาเงินของคุณ  เธอพูดว่า  โอ้  คุณเมา  และฉันจะแจ้งตำรวจและเพราะว่าคุณเมาและคุณกลัว  คุณจะให้เงินเพื่อหยุดเธอ  ฉันทำมัน
ผู้ชายคนนั้นมองโรซ่า  “  อะไร  ? ”  เขาพูด
โรซ่าดึงแขนออก  แต่ก่อนที่เธอจะวิ่ง  โครอทที่  เบิร์นคว้ามือของเธอไว้  “  ดูขาของเธอ ”  เธอบอกผู้ชาย    มีเลือดอยู่บนนั้น  แต่ทำไม  ?  มันเกิดขึ้นได้อย่างไร  ?  เธอใส่มัน  เพื่อพร้อมที่จะเกิดอุบัติเหตุ  อุบัติเหตุของคุณ  เพราะว่านาทีนั้นคุณกำลังจะชนเธอด้วยรถของคุณ  และเธอจะร้องออกมาว่า  โอ้ย  ขาฉัน  ขาฉัน  แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เธอโกหก  ? 
สุดท้ายผู้ชายยืนขึ้น  เขาจ้องมองโรซ่า  ใบหน้าของเขาเริ่มแดงกว่าเดิม  “  คุณอายุยังน้อย  ! ”  เขาพูดด้วยความโกรธ  เขาผลักโรซ่าและเธอตกลงไปที่พื้น  แต่ก่อนที่เขาจะตีเธออีกครั้ง  โครอทที่  เบิร์นดึงเขาออกมา
“  ไม่...รอ ”  เธอพูด
ขวดไวน์ตกลงจากมือของผู้ชาย  มันตกลงพื้นข้างๆ  โรซ่าและแตก  ไวน์ไหลลงบนหน้าของเธอและเสื้อโค้ทของเธอ
“  ไวน์ของฉัน  ! ”  ผู้ชายร้อง  เขามองผู้หญิงสองคนนี้อย่างโกรธ  และเริ่มเดินกลับไปที่ร้านเหล้า  “  ไปเอาไวน์  ”  เขาพูด  “  เพื่อภรรยาของฉัน 
โรซ่าหัวเราะ  “  ทำไม  ?  ฉันไม่ต้องการที่จะคุยกับคุณ 
“  โอ้  ฉันคิดว่า  คุณอยากคุย  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด  “  คุณดู  ฉันถ่ายบางรูปของคุณตอนที่คุณอยู่หลังรถผู้ชายคนนั้นและรอ  เป็นรูปที่น่าสนใจ  พวกเขา 
โรซ่าหยุดและเดินกลับมาที่โครอทที่  “  คุณตามหาฉันได้อย่างไร  ”  เธอพูด
“  ฉันไปหลายๆ  ผับในทุกคืน  และรอในที่จอดรถและมองดู  และคุณอยู่ที่นี้  และคุณกำลังทำเหตุการณ์หักหลังที่สกปรกอีกครั้ง 
“  มันไม่ใช่การขู่จะเปิดโปงความลับ  ”  โรซ่าพูดอย่างเร็ว  “  เขาเป็นคนขี้เมา  ”  และคุณก็เมาด้วยเช่นกันในอีกคืน
“  แต่รถของฉันไม่ได้ชนคุณ  !” โครอทที่พูด
“  คุณรู้ได้ยังไง  ”  โรซ่าพูด  “  คุณเมา 
“  ไม่  ไม่เมา  มันคือความสุขแค่นั้นเอง  โครอทที่พูด  “  เมื่อฉันกลับบ้าน  ฉันเริ่มคิด  คุณต้องการ  50  ปอนด์  คุณต้องการมาก  และฉันรู้เกี่ยวกับการแบลกเมล์  คุณดู  ครั้งหนึ่งฉันเคยโกหกเหมือนกัน   โรซ่าจ้องมองเธอ  “  คุณเคยทำอะไร  ”  เธอถาม
“  ตอนฉันเป็นเด็ก  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด  “  แม่ของฉันและพ่อออกไปข้างนอก  ตอนเย็นบ่อยๆ  เพื่อจะไปทานอาหาร  ไปหาเพื่อนของเขา  ไปดูหนัง  พวกเขาเองน้องสาวคนเล็กมาอยู่กับฉัน  เพราะฉันอายุ  10  ปี  พี่เลี้ยงเด็กของฉันเป็นผู้หญิงเป็นนักเรียน  8  และ  9  ขวบ  พวกเขาต้องการเงินไม่ดี  นักเรียนทั้งสองทำ  แต่ฉันชอบเงินเช่นกัน 
โครอทที่เบิร์นยิ้ม    มันง่าย  เริ่มแรกฉันดีกับพวกเขา  ฉันก็พูดว่า  ฉันต้องการเงินครั้งหนึ่ง  หรือจะให้ฉันบอกแม่เกี่ยวกับคุณ  ฉันจะบอกเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้  ว่าคุณตีฉัน  คุณเอาน้ำร้อนมาวางบนมือฉัน  คุณดึงผมฉัน  คุณปล่อยฉันไว้ในที่มืด  สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง  แต่เด็ก          กลัวแม่ของฉัน  เธอมีชื่อเสียง  คุณดู  เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กๆ  และออกโทรทัศน์และเมื่อเธอโกรธ  เธอไม่ได้เป็นคนที่ดีเลย  และดังนั้นพี่เลี้ยงเด็กไม่พูดอะไร  และให้เงินฉันครึ่งหนึ่ง 
“  คุณเป็นเด็กดีจริง  ! ”  โรซ่าพูด
ไม่  ฉันไม่ได้ดี  โครอทที่พูด  “  แต่บางคนดีกว่าเมื่อพวกเขาแก่ขึ้น  ตอนนี้ฉันไม่ได้ต้องการแบลกเมล์  แต่ฉันรู้ที่แบลกเมล์เมื่อฉันเห็น  ”  เธอยิ้มกับโรซ่าและโรซ่าจ้องมองข้างหลังเธอ
“  คุณต้องการอะไร  ?  ”  เธอพูด
โครอทที่  เบิร์น เอามือของเธอออก  “  ฉันต้องการ  50  ปอนด์ของฉันคืน 

สามนาทีต่อมา  โรซ่าขับรถเฟียทคันเล็กออกจากที่จอดรถที่ร้านเหล้า  เธอโกรธมาก
เพราะเธอโกรธ  เธอจึงขับรถเร็ว
สองกิโลเมตรจากผับ  รถของโรซ่าออกจากถนนและชนกับกำแพง  เธอไม่ตายแต่แขนและขาของเธอหัก  และหัวของเธอถูกกระทบกระเทือนอยู่ในรถ  เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้  เธอไม่สามารถออกมาจากรถ  เธอไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ของเธอ
ตำรวจสองคนพบเธออยู่ในรถในชั่วโมงหลังจากนั้น  และโทรเรียกรถพยาบาล  หน้าของโรซ่าซีดและเธอไม่สามารถพูดได้  ตำรวจนั้นไม่เป็นมิตร
“  ฉันได้กลิ่นไวน์ที่เธอ  ”  ตำรวจคนแรกพูด

“  อีกคนเมาแล้วขับ  !  ”  ตำรวจคนที่สองพูด  “  ทำไมผู้คนถึงเมาแล้วขับ 

Joey's Luck

Joey’s  Luck
โจอี้  แคร์แกนอาศัยอยู่ที่ลอนดอน  ในปี  1912  เดือนมกราคม  เขาไม่มีสถานที่อาศัยอยู่
“  มันไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ  ”  เขาคิดและยิ้ม  “  โชคชะตาของโจอี้กำลังพาไปหาห้อง   โจอี้คิดมากมายเกี่ยวกับโชคชะตา ซักวันหนึ่งฉันจะต้องรวยให้ได้  ”  เขาบอกกับทุกคน  “  คนโชคดีจะรวยและฉันโชคดี 
หลังจากเดินมาเป็นเวลานาน  เขาก็พบห้องในบ้านหลังหนึ่ง  มันใกล้กับทาวเวอร์บริดจ์  ห้องนั้นไม่ได้ใหญ่มากแต่มันราคาถูก  เจ้าของบ้านเช่านั้นชื่อว่า  มิสเตอร์เว็บเบอร์  เขามองโจอี้หัวจรดเท้า
“  คุณชื่ออะไร  ”  เขาถาม  “  คุณมาจากไหน 
“  โจ  โจ  สมิธ  ”  โจพูด  “  ฉันมาจากไอร์แลนด์ 
“  ดี  คุณสามารถเข้าพักได้  ”  เวบเบอร์พูด  “  แต่ฉันต้องการค่าเช่า  อาทิตย์ตอนนี้ 
“  ฉันมีเงินสำหรับอาทิตย์เดียว  ”  โจพูด
“  และพรุ่งนี้วันอาทิตย์  ”  เวบเบอร์พูด  “  คุณไม่สามารถหางานทำวันอาทิตย์ได้  ”  เพราะฉะนั้น  เมื่อไหร่คุณจะต้องให้ตังฉันสำหรับสองอาทิตย์ได้  ?
โจอี้ยิ้มและพูดแบบปากไม่ตรงกับใจ  “  ฉันจะหางานทำ  ”  เขาพูด  “  ฉันโชคดี  สิ่งดีๆ  นั้นจะเกิดขึ้นเกิดฉัน  เรียกมันว่าความโชคดีของโจอี้ 
ในวันอาทิตย์  โจอี้อยู่บนเตียงตลอดเช้า  และในตอนบ่ายของต้องการที่จะออกไปเดิน  หลังจากชั่วโมงหนึ่ง  เขาได้เอากระเป๋าจากผู้หญิงคนหนึ่งในถนนฟลีทไป
ผู้หญิงคนนั้นตะโกน    หยุด  หยุด  ! 
แต่โจอี้ออกไปราว  50  เมตร  และไม่มีผู้คนอยู่ใกล้ๆ  เลย
โจอี้หัวเราะและวิ่งลงไปที่ถนนเล็กๆ  ระหว่างตึกสูง  2  ตึก  มีทางลงไปแม่น้ำ  เขาหยุดและเปิดกระเป๋า  มีเงินอยู่ในนั้น  แต่มันไม่มาก  เขาเอาเงินออกและวางกระเป๋าลงไปในแม่น้ำ
หลังจากวันนั้น  เขาเดินผ่านร้านขายหนังสือ  มีผู้คนมากมายอยู่ในนั้น  ดูหนังสืออยู่  และเขาเคลื่อนตัวไปอย่างระมัดระวังระหว่างพวกเขา  สองนาทีต่อมาเขาไปยืนอยู่หลังผู้ชายอ้วนคนหนึ่ง  และเข้าไปใกล้อย่างเงียบๆ  ผู้คนนั้นไม่รู้สึกว่ามือของโจอี้อยู่ที่กระเป๋าหลังของเขา  แต่ตอนนี้กระเป๋าสตางค์ของผู้ชายคนนั้นอยู่ข้างในเสื้อของโจอี้แล้ว  มันใหญ่มาก  กระเป๋าตังใหญ่  และเมื่อเขากลับบ้าน  เขาก็เอาตังให้เจ้าของบ้านสำหรับเงินค่าเช่า  อาทิตย์
“  คูณหางานได้ในวันอาทิตย์เหรอ  ?  ”  เวบเบอร์ถาม  “  ที่ไหน  กับใคร  ?    โจอี้ยิ้ม  “  ฉันบอกคุณแล้ว  ฉันโชคดี  ความโชคดีของโจอี้ 
สามเดือนต่อมา  โจอี้  แคริแกนเดินไปในถนนของลอนดอนทุกวัน  เขาขโมยกระเป๋าถือจากผู้หญิง  หรือสิ่งของจากร้านค้า  และกระเป๋าสตางค์จากประเป๋าของผู้ชาย  ในตอนเช้าเริ่มต้นของเดือนเมษายน  เขาเอากระเป๋าสตางค์ของผู้ชายแก่ใบหน้าสีแดง  โจอี้เป็นนักล้วงกระเป๋าที่ดีมาก  ผู้คนไม่เคยรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำมัน
แต่ไม่ใช่เช้านี้  ผู้ชายใบหน้าสีแดงคนนั้นเร็ว  เขากลับมา  มองโจอี้  และตะโกนว่า  “  เฮ้  !  คุณนั่นมันกระเป๋าสตางค์ของฉัน  !  เอาคืนมานี่  ! 
แต่โจอี้ก็เป็นนักวิ่งที่ดีเช่นกัน  สองนาทีต่อมาเขาอยู่ที่มุมถนนอื่น  รอบๆ  มุมถนนนั้น  และเขากระโดดขึ้นไปบนรสบัส
“  ความโชคดีของโจอี้  ”  โจอี้พูดและหัวเราะ
มีความโชคดีมากมายสำหรับโจอี้ในอาทิตย์นั้น  เขาเริ่มเรียนรู้ว่า  เงินคือพระเจ้า  ในร้านเหล้าใกล้กับบ้านของเจ้าของบ้านเช่าของเขา  เวบเบอร์ไปที่ร้านเหล้าทุกตอนเย็นและนั่ง  กับเพื่อนของเขาชื่อโกล์ดแมน
โกล์ดแมนมีร้านเหล้าในตอนเย็น  เขาเห็นเวบเบอร์และโกล์ดแมนอยู่ที่โต๊ะใกล้กับหน้าต่าง  มีผู้คนมากมายอยู่ในร้านเหล้า  โจอี้ซื้อเครื่องดื่ม  และหาที่นั่งใกล้กับเวบเบอร์และโกล์ดแมน  พวกเขาไม่เห็นโจอี้  โจอี้นั่งหลังพวกเขาและฟัง
“  แต่ฉันต้องการเงินที่จะซื้อของเมื่อผู้คนพาพวกมันมา   ”  โกล์ดแมนพูด
“  เงิน  ,  ใช่  ”  เวบเบอร์ตอบ  “  แต่  100  ปอนด์หรือมากกว่านั้น  ?  และในร้าน  ?  ไม่  ไม่  พระเจ้า  !
“  มันไม่ใช่ในร้าน  ”  โกล์ดแมนพูด  “  มันอยู่ในห้องข้างหลัง 
“  คุณมีสถานที่ดีๆ  ที่จะเก็บมันไหม  ”  เวบเบอร์พูด
โกล์ดแมนหัวเราะและพูดว่า  “  สถานที่ที่ดีมากๆ 
โจอี้นั่งดื่มเครื่องดื่มของเขาและคิด  เขารู้จักร้านของโกล์ดแมนเพราะว่ามันอยู่ถนนเดียวกันกับบ้านเวบเบอร์  โจอี้เดินผ่านมันบ่อย
หนึ่งร้อยปอนด์หรือมากกว่านั้น  “  ฉันกำลังจะมีเงิน  100  ปอนด์  ”  เขาคิด  “  ตอนนี้  ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง  !  บางทีอาจจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกา  !”
เขายิ้ม  ความโชคดีของโจอี้อีกแล้ว
ดังนั้น  เงินในห้องที่อยู่ข้างหลัง  ในสถานที่ที่ดีที่สุด  แต่มันคือที่ไหน  ?
เช้าวันต่อมา  โจอี้เดินช้าๆ  ผ่านร้านของโกล์ดแมน  เขาไม่ได้เข้าไป  แต่เขามองผ่านหน้าต่าง
ผู้ชายแก่อยู่ในร้านค้าแต่เขาไม่เห็นโจอี้
โจอี้มองและเปิดประตูไปที่ห้องข้างหลังของร้าน  หลังประตูมีโต๊ะ  เก้าอี้  2  ตัว  และตู้ใบใหญ่  หรือเงินของโกล์ดแมนจะอยู่ในตู้  ?
ทันใดนั้น  ชายแก่มองขึ้นมา  และโจอี้กลับและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
ในคืนนั้นเขาไม่ได้นอน  เขาเอาของๆเขาใส่ลงในกระเป๋า  นั่งลงบนเก้าอี้และรอถึงเที่ยงคืนและไปในตอนตี  2  และลงมาและออกไปจากบ้าน
มันเป็นคืนที่เย็นและโจอี้มองไปที่ดวงจันทร์บนท้องฟ้า
“  คุณเป็นพระจันทร์ที่โชคดีไหม  ”  เขาพูดและยิ้ม  “  โชคดีของโจอี้  พระจันทร์  ?  ”  เขาเดินไปที่ร้านของโกล์ดแมนและมองไปรอบๆ  ไม่มีใครอยู่บนถนน  เขาเองค้อนเล็กๆ  จากเสื้อโค้ทของเขาทุบไปที่ประตู  ทันใดนั้นเขาจับและเปิดประตูออก
โจอี้เข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว  เขาปิดประตูข้างหลังเขาและวางกระเป๋าของเขาลงบนพื้น  และเขาเดินอย่างเงียบๆ  ไปที่ประตูข้างหลังและเปิดมันและเข้าไปข้างใน  มันมืดแต่มีแสงจันทร์ผ่านเช้ามาทางหน้าต่าง  และโจอี้ก็เห็นตู้ใบใหญ่
ใช้ค้อนอันเล็กเปิดตู้ออก  มีหนังสือมากมายและกระดาษอยู่ในนั้น  กระดาษบางส่วนตกลงมาบนพื้น
“  มีใครอยู่ในนั้น  ”  โจอี้ไม่เคลื่อน  สายตาของเขามองไปรอบๆห้อง  ประตูด้านหลังของห้องถูกเปิดออก  และมีโอ  โกล์ดแมนเดินเช้ามากับไปตะเกียง  เขาเห็นโจอี้
“  อะไร  !  ”  เขาเริ่ม
โจอี้กระโดด  และคว้าจับแขนของโกล์ดแมนและจับไปไว้อยู่ข้างหลังของเขา  ทันใดนั้นเขาใช้ค้อนทุบไปที่หน้าของโกล์ดแมน
“  เงินอยู่ไหน  ”  เขาพูด  “  บอกฉันมา  ! 
 เงิน  ?  ”  โกล์ดแมนพูด  “  อะไร  เงินอะไร  ?  ”  “  ไม่มีเงินอยู่ที่นี้ 
“  มี  มันอยู่ที่นี่  ”  โจอี้พูด  “  คุณบอกเกี่ยวกับมันให้เวบเบอร์ฟัง  ตอนอยู่ที่ร้านเหล้า  100  ปอนด์  หรือมากกว่านั้น  มันอยู่ที่ไหน  ?  ”  โกล์ดแมนไม่พูดอะไร
“  บอกฉันมา  ”  โจอี้พูด  “  หรือให้ฉันหักแขนของคุณ  หักข้างหนึ่งและหักอีกข้างหนึ่ง  มันอยู่ไหน  ?  ”
โกล์ดแมนพยายามที่จะเอามือออก  เขาโกรธแต่มีมีคำพูดใดๆ  ออกมาจากเขา
โจอี้ใช้คอนทุบไปที่ตาของโกล์ดแมน  “  บอกฉัน  !  หรือจะให้ฉันตีไปที่หน้า  !  ”
“  ก็ได้  ก็ได้  มัน  มันอยู่ใต้พื้น  ”  โกล์ดแมนบอก  “  มันอยู่ใต้ตู้ 
โจอี้ดันชายแก่ไปที่ตรงข้างตู้  “  เอาออกมา  เดี๋ยวนี้  ”  เขาพูด
ชายแก่วางตะเกียงไว้ที่พื้น  และเลื่อนตู้ออกจากผนัง  ทันใดนั้นเขาก็ได้อยุ่ระหว่างตู้  และผนัง  และดึงพื้นออก  มีกล่องเล็กๆอยุ่ใต้พื้นและโกล์ดแมนเอาออกมา
โจอี้คว้ากล่องจากมือของชายแก่และเปิดมัน  มีเงินอยู่เต็มเลย  โจอี้ยิ้ม
“  ฉันรู้จักคุณ  ”  โกล์ดแมนพูดทันที  “  คุณอาศัยอยู่ที่บ้านของอัลเบิร์ต  เวบเบอร์ 
“  ใครอัลเบิร์ต  ”  โจอี้พูด  “  ไม่รู้จักเขา 
เขาเริ่มเอาเงินออกจากกล่องและใส่ลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเขา
“  ใช่  ใช่คุณ ! คุณอาศัยอยู่ที่บ้านของเขา  โกล์ดแมนพูด “  อัลเบิร์ต  บอกฉันเกี่ยวกับคุณ  คุณคือ
“  เงียบเดี๋ยวนี้  ”  โจอี้พูด  “  ใช่  คุณรู้จักฉัน  แต่จะไม่มีใครหาฉันพบ  ”  เขาหัวเราะ  “  ฉันสามารถไปได้ไกลโดนเงินนี้ 
เงินทั้งหมดตอนนี้อยู่ในกระเป๋าของโจอี้หมดแล้ว  เขาดันโกล์ดแมนออกเล็กน้อย  “  ตอนนี้กลับไปที่ห้องนอนของคุณและอยู่ในนั้น  ”  โจอี้ดันเขาอีกครั้ง  “  ไป  ไปเร็ว 
ชายแก่เริ่มเดินไปตรงข้ามห้องตะเกียง  ทันใดนั้น  เขากลับมาและตีโจอี้ที่หัวด้วยโคมไฟ
“  อ้ากก  ”  โจอี้ร้อง
โคมไฟตกและแตกลงบนพื้น  ต่อมากระดาษจากตู้  น้ำมันจากตะเกียงไหลมาที่พื้น  ถูกกับกระดาษ
โกล์ดแมนพยายามวิ่งออกจากร้านแต่โจอี้กระโดดขึ้นบนเขา  ทั้งสองตกลงไปบนพื้น  หัวของชายแก่กับผนัง  หลังจากนั้นเขาไม่เคลื่อนไหว
โจอี้ได้ยินเสียงดังออกมาจากเปลวไฟก่อนที่เขาจะเห็นพวกมัน  เขามองข้างหลังเขาเปลวไฟใหญ่และลุกลามมาครึ่งขาของโต๊ะ
โจอี้กระโดดและวิ่งออกจากร้าน  เขาหากระเป๋าของเขาหน้าประตู  และออกไปที่ถนนและเริ่มวิ่งอีก  ในสุดของถนน  เขาหยุดและมองกลับหลัง
มีเปลวไฟลามมาที่หน้าต่างแล้วในตอนนี้  และมีควันสำดำออกมาจากประตูของร้าน  เขาคิดถึงชายแก่ที่นอนอยู่บนพื้นในห้องข้างหลัง  แต่ไม่กี่นาทีต่อมา  ทันใดนั้นเขากลับไปและวิ่งครั้ง
ภายหลังสองวัน  ในวันพุธที่  10  เมษายน  1912  โจอี้อยู่ที่เซาท์แทมตันกับผู้คนหลายร้อยคน  พวกเขามาเรือลำใหม่ที่นั้น  เรื่อที่ใหญ่ที่สุดและเร็วที่สุดในโลกมันคือวันแรกสำหรับการเดินทางไปยังแอตแลนติดในนิวยอร์ก  บรรทุกมากกว่า  2,000  คน
บางคนในเซาท์แทมตันในวันนั้นเป็นผู้โดยสารของเรือ  บางคนมาเพื่อที่จะดูเรือลลำใหม่ที่มหัศจรรย์  และในนั้นโจอี้เป็นผู้ชายที่มีความสุข  เขาเป็นผู้โดยสารกับตั๋วและกระเป๋าเงินของเขา  ตั๋วไปนิวยอร์ก  ชีวิตดี  เขาคิด 

“  ความโชคดี  ของโจอี้คือมีเงินสำหรับตั๋ว ”  เขาพูดและหัวเราะ  “  และความโชคดีของโจอี้คือการพาตัวเองไปอเมริกา  ”  “  นี้คือตอนจบของชีวิตของฉัน  ”  และเขาเข้าไปในเรือไททานิก

Sister Love

SISTER  LOVE
                มาร์เซียได้พบกับฮอร์วอร์ด  คอลลินที่โบสถ์  มาร์เซียอายุ  35  ปี  ฮอร์วอร์ดอายุ  41  ปี  ฮอร์วอร์ดอาศัยอยู่กับแม่ของเขาในบ้านหลังเล็กทางตอนใต้ของเมือง  มาร์เซียอาศัยอยู่กับน้องสาวและพ่อของเขาใน อพาร์ทเมนต์บนถนนเส้นที่  3
                มาร์เซียไม่ได้ทำงาน  พ่อของเขาคือ  จอร์น  แกรนท์  เขาป่วนและไม่เคยออกจากอพาร์ทเมนต์เลย  เขาอยู่บนเตียงตลอดเวลาและต้องมีคนอยู่กับเขาเสมอ  ดังนั้นมาร์เซียจึงอยู่บ้านกับพ่อของเธอ  และจะออกไปข้างนอกเมื่อพี่สาวชื่อคารินอยู่ในบ้าน
                สองพี่น้องมีความแตกต่างกันมาก  มาร์เซียมีใบหน้าสั้นและเล็ก  และมีผมสั้นสีดำ  คารินมีอายุน้อยกว่า  10  ปี  หล่อนตัวสูง  มีผมยาวสีน้ำตาลและมีขาที่ดี  และมีผิวหนังเป็นสีน้ำตาลเนื่องจากตากแดดในฤดูร้อนบ่อยครั้งผู้คนจะพูดกับมาร์เซียว่า   น้องสาวของคุณสวยมาก  ”  บ่อยครั้งที่ผู้ชายจำนวนมากพร้อมที่จะพาคารินไปดินเนอร์หรือไปปดูหนังแต่มาร์เซียอยู่ที่บ้าน
                คารินทำงานในร้านที่อยู่ในเมือง  เมื่อไหร่ที่เธออยู่บ้าน  เธอชอบนั่งบนสวนบนหลังคาของอพาร์ทเมนต์
                วันอาทิตย์ในเดือนพฤษภาคม  เมื่อมาร์เซียกลับบ้านกับฮอร์วอร์ดครั้งแรก  เธอให้เขาพบพ่อของเธอ  แกรนท์อยู่ที่เตียง  เขามีผมสีเทาและใยหน้าหม่น  บางครั้งเขาอ่านหนังสือ  แต่ส่วนมากเขาอยู่บนเตียงและดูทีวี 
มาร์เซียพูดว่า  “  พ่อคะ  นี่ฮอร์วอร์ด  เขาทำงานที่โรงพยาบาลและเราเคยเจอกันที่โบสถ์  ฉันเคยบอกพ่อเกี่ยวกับเขาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  พ่อจำได้ไหม
พ่อบอกว่า  “  ไม่  ”  และหันหน้ากลับหันไปดูทีวี  เขาไม่สนใจเพื่อนใหม่ของลูกสาว
ทันใดนั้น  คารินเข้ามาในห้อง  เธอสวมชุดบิกินี่สีขาวและรองเท้าสีขาว  เธอยิ้มให้ฮอร์วอร์ด  และพูดว่า  “  คุณคือฮอร์วอร์ด  พี่สาวฉันมีแฟนแล้ว ”  ฮอร์วอร์ดหน้าแดงละมองดูเท้าของเขา
คารินหัวเราะและพูดว่า  “  ขึ้นมาบนสวนของอพาร์ทเมนต์  ฉันมีไวน์  พระอาทิตย์ในเช้านี้สวย  ฮอร์วอร์ดพูดว่า  โอ๊...  ”  มาร์เซียมองน้องสาวอย่างโกรธเคืองทันใดนั้เธอพูดว่า  ฉันอยากให้พ่อดื่ม  เดี๋ยวพบกับฮอร์วอร์ดขึ้นไปบนหลังคาและพูดกับฮอร์วอร์ด
                บนหลังคาอากาศร้อนมากและฮอร์วอร์ดถอดเสื้อออก  เขามองรอบๆ  มีทั้งเก้าอี้  ตัว  ร่มกันแดด  เตียงและโต๊ะที่มีแก้ว  3  แก้วและขวดไวน์ตั้งอยู่  มีแผ่นกระเบื้องปูบนพื้น  และมีผนังรอบขอบของหลังคา  มีดอกไม้อยู่ในกล่อง  นี่คือสวย    มันเยี่ยม  ”  ฮอร์วอร์ดพูด  คารินยิ้มให้เขา
“  เราไม่เห็นผู้ชายดีๆหลายคนขึ้นมาที่นี่  ”  คารินพูด  “  นั่งลงและดื่มกัน    ฮอร์วอร์ดหน้าแดงอีกครั้ง  เขาหัวเราะแบบเขิลๆ    โอ๊  เอ่อ  ขอบคุณครับ    เขาพูด  เขาพยายามไม่มองเรียวขาของเธอ  แต่มันไม่ง่ายเลย
“  ฉันมาที่นี่ทุกทีที่แดดออก  ”  คารินพูด  เธอเริ่มทาน้ำมันกันแดดบนแขนของเธอและขา  ฮอร์วอร์ดมองดู
ทันใดนั้นมาร์เซียมาถึง  ทั้ง  3  คนนั่งลงและดื่มไวน์  มาร์เซียมองฮอร์วอร์ดด้วยความรัก  เธอไม่มองคาริน  คารินมองทั้งคู่  เธอมองไปที่พี่สาวของเธอ  และมองฮอร์วอร์ด  และมองพี่สาวเธออีกครั้ง  เธอยิ้มมันไม่ใช่ยิ้มที่ดี 
หลังจากนั้นทุกวันอาทิตย์ตอนเช้า  มาร์เซียพาฮอร์วอร์ดไปบ้านเพื่อดื่มไวน์หลังกลับจาดโบสถ์  ฮอร์วอร์ดหยุดรถบนถนนนอกอพาร์ทเมนต์  และมาร์เซียพูดว่า  “  เสียงแตร  ฮอร์วอร์ด  บอกว่าราคินว่าเราอยู่ที่นี่  ทันใดนั้นเธอก็มาดื่มไวน์ 
 “  ขาของฉันอ้วนสำหรับการใส่บิกินี่  ”  เธอบอกฮอร์วอร์ด
“  ขาของคุณ  ดีมาก  ”  เขาพูดแบบอายๆ
วันหนึ่ง  จนคารินถามฮอร์วอร์ด  “  คุณทำงานเสร็จเท่าไหร่  ฮอร์วอร์ด
“  ประมาณ  6  โมง  ”  เขาบอก
“  คุณพาฉันมาที่บ้านหลังจากเสร็จงานได้ไหม ”  คารินพูด
“  ร้านของฉันอยู่ใกล้ๆ  กับโรงพยาบาล  คุณขับผ่านโดยตรง  และคุณอยู่ในถนนที่  3  คนละทางกับพวกเรา
“  ที่นั้นมีรสบัสดีๆ  ”  มาร์เซียรีบพูดอย่างรวดเร็ว  “  มันจอดอยู่ข้างนอกตึกของเรา 
  แต่รสบัสขับช้ามาก  ”  คารินพูด  “  ได้โปรดเถอะ  ฮอร์วอร์ด 
ฮอร์วอร์ดมองดูน้องสาวและอีกคนหนึ่ง   อื้ม  ได้  ”  เขาบอก
“  ขอบคุณ    คารินพูด  และจูบเขาอย่างเร็วๆ
ดังนั้นในทุกตอนเย็นเขาต้องไปส่งคารินที่บ้าน  ในวันศุกร์แรก  เขามาถึงช้าเป็นชั่วโมง  เมื่อพวกเขามาถึง  มาร์เซียอยู่ที่หน้าประตูอพาร์ทเมนต์  “  เกิดอะไรขึ้น  ”  เธอถาม  “  ทำไมคุณถึงมาช้า  ”
“  อุบัติเหตุน่ะ  ”  คารินพูด  “  รถสามคันตรงข้ามถนน  บนเนินเขาที่โรงหนัง  พวกเราไม่กลับหลังได้  มันมีรถหลายคัน  ไม่มีใครสามารถเคลื่อนที่ได้    ฮอร์วอร์ดไม่พูดอะไร  มันยาวนานในฤดูร้อนในปีนี้  มาร์เซียไปที่โบสถ์ทุกเช้าวันอาทิตย์  และคารินอยู่บ้านกับพ่อของพวกเขา  เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น  คารินไปที่เจียงกลางแดดของเธอที่หลังคา  เมื่อมาร์เซียไปถึงบนหลังคา  เธอนั่งใต้ร่ม  แต่คารินทาน้ำมันกันแดดจำนวนมากและนั่งกลางแดดในชุดบิกินี่
“  แสงอาทิตย์ไม่ดีสำหรับผิวคุณ  ”  มาร์เซียพูด
คารินหัวเราะ  “  ฮอร์วอร์ดชอบผิวของฉัน 
“  ไม่  เขาไม่ชอบ  ”  มาร์เซียพูดแบบโกรธ
“  โอ้  เขาชอบ  ”  คารินบอก  “  เขาอายมากกับผู้หญิง  แต่เขามองผิวของฉันอย่างระมัดระวัง  เขามองตลอดเวลา  บางทีเขาอาจจะชอบฉันก็ได้ 
“  หยุดนะคาริน   มาเซียพูด  “  ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น 
คารินหัวเราะ  “  เป็นอะไรเหรอ  พี่สาวของฉัน  กลัวฉันแย่งเขามาจากคุณเหรอมาเซียไม่ตอบ
วันอาทิตย์ต่อมา  ฮอร์วอร์ดโทรหามาเซียตั้งแต่เช้า
“  ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี  ”  เขาบอก  “  วันนี้ฉันจะไม่ไปโบสถ์ 
“  ที่รัก  ฉันเสียใจ  ”  มาร์เซียพูด  “  ฉันจะกลับช้าเพราะว่า  มีมีตติ้งหลังโบสถ์  ฉันคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับแอฟริกา  ”
“  โอ้  ใช่  ฉันจำได้  ”  ฮอร์วอร์ดบอก
แต่มาร์เซียผิดพลาด  ไม่มีมีตติ้งหลังเข้าโบสถ์ในตอนเช้า  มันมีในอาทิตย์หน้า  ดังนั้นเธอจึงกลับจากโบสถ์ในเวลาปกติ  ถึงบ้านในตอนตี  12  อันดับแรกเธอจึงกลับจากโบสถ์ไปดูพ่อของเธอ  แต่พ่อหลับ  ทันใดนั้นเธอโทรหาฮอร์วอร์ด  แต่มีมีคนรับ เธอคิดว่าบางทีเขาอาจจะหลับ  และแม่ของเขาไม่ได้รับโทรศัพท์  เธอไปที่ห้องนอนของเธอและสวมกระปรงยาวลายดอก  และขึ้นไปที่สวนบนหลังคา  เธอวางมือลงบนประตูที่หลังคาและหยุด  ประตูปิดครึ่งหนึ่งและเธอได้ยินเสียงใครบางคนกับคาริน  ผู้ชายคนนั้น                        ฮอร์วอร์ดรึเปล่า  ?     มาเซียฟัง
“  ฉันรู้สึกแย่กับสิ่งนี้  ”  ฮอร์วอร์ดพูด  “  เราจะต้องบอกมาเซียนะคาริน 
“  ไม่  ”  คารินพูดอย่างเร็ว  เธอหัวเราะเล็กน้อย  “  มันคือความลับของเรา  ฮอร์วอร์ด  ใช่ไหม 
“  ฉันไม่ชอบ  ”  เขาเริ่ม
“  แต่คุณรักฉัน  ฮอร์วอร์ด  ”  คารินพูด  “  ไม่ใช่มาเซีย  ?  พูดซิว่าคุณรักฉัน  ”  ทันใดนั้นมาเซียรู้สึกสั่น  “  คุณ  คุณรู้ว่าฉันรัก  ”  ฮอร์วอร์ดตอบ  “  แต่ 
คารินจูบเขา  “  มันคือความลับของเรา  โอ้  นั้นรถของคุณใช่ไหมที่รักที่จอดอยู่ข้างนอก  เราไม่ต้องการให้มาเซียมาเห็นมัน 
“  ฉันไม่ได้พารถมา  ”  ฮอร์วอร์ดพูด  “  ฉันเดินมา
“  ดี  ”  คารินพูด  “  แต่นี่มันนานล่ะ  คุณควรจะกลับไปก่อนที่เธอจะกลับมาบ้าน  เขาจูบกันอีกครั้ง
“  เจอกันพรุ่งนี้  เวลาเดิม  ที่เดิม  ”  คารินพูด  “  ไป 
มาเซียออกไปอย่างรวดเร็วและเงียบๆ  ให้ไกลจากหลังคา  และวิ่งไปที่ห้องนอนของเธอ  เธอไม่ต้องการให้ฮอร์วอร์ดหรือคารินเห็นเธอ 
เธอได้ยินทั้งสองคนคุยกัน  ทันใดนั้นประตูได้ถูกเปิดและปิดออก  ฮอร์วอร์ดไปแล้ว  มาเซียนั่งลงบนเตียงเป็นชั่วโมงพร้อมกับคำถามว่า  ตลอดเวลา  ฉันไม่สามารถออกไปทำงาน  ฉันไม่สามารถมีเพื่อนใหม่  ฉันไม่สามารถเจอคนใหม่ๆ  ฉันไปช้อปปิ้งอาทิตย์ละครั้ง  และฉันไปโบสถ์อาทิตย์ละครั้ง  ทั้งหมดนี้และฉันเจอฮอร์วอร์ด  เมื่อเขาบอกรักฉัน  และฉันรู้สึกมีความสุข  แต่ตอนนี้ล่ะ  ?
คารินมีทุกอย่าง  หน้าตาดี  งาน  เพื่อนๆ  เธอยังสาว  เธอมีผู้ชาย  ทำไม  ฮอร์วอร์ด  ทำไม  ทำไม
“  มันไม่ใช่เพราะเธอต้องการเขา  ”  มาเซียคิด  “  มันเป็นเพราะว่า  ฉันรักเขา  ”  “  เธอไม่ต้องการ  ให้ฉันมีความสุข 
ประโยคที่คารินพูดว่า  “  คุณรักฉันฮอร์วอร์ด  ไม่ใช่มาเซีย  ?  ”  “  คุณรู้ว่าฉันรัก 
มันคือเรื่องจริงรึเปล่า  ฮอร์วอร์ดรักคารินไม่ใช่ฉัน  ?  ไม่  !  เขามองแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก  เขาไม่ได้รู้จักเธอ  “  เธอไม่ได้ตั้งใจจะมีเขา  ”  มาเซียคิด
ทุกตอนเย็นในอาทิตย์นั้น  ฮอร์วอร์ดขัยรถมาบ้านคารินหลังเลิกงาน  และทุกตอนเย็นพวกเขาจะกลับช้า
อาทิตย์ถัดไป  มาเซียไม่ไปโบสถ์
“  ฉันมีเรื่องสำคัญ  ”  เธอบอกคาริน  “  ฉันโทรหาฮอร์วอร์ดและบอกเขา  และเขากำลังมาที่นี่  หลังจากโบสถ์  ฉันจะไปนอนสัก  1-2  ชั่วโมง  ”  และเธอไปที่ห้องนอนของเธอและปิดประตู
ในตอนสาย  เมื่อคารินอยู่กับพ่อ  มาเซียขึ้นไปบนสวนหลังคา  ขวดน้ำมันกันแดดของคารินวางอยู่บนโต๊ะ  และมาเซียยิ้ม
เมื่อคารินขึ้นไปบนหลังคา  มาเซียนั่งอยู่ที่เก้าอี้ใต้ร่ม  ในมือถือหนังสือ
“  โอ้  นี่เรื่องสำคัญเหรอ  ??  ”  คารินถาม
“  ใช่  ขอบคุณ  ”  มาเซียพูด
คารินใส่ชุดบิกินี่ของเธอ  คือชุดใหม่สีเหลือง  เธอเปิดขวดน้ำมันกันแดด
“  โอ้  มันมีไม่มากล่ะ  ”  เธอพูด  “  ฉันต้องการมากกว่านี้  ”  เธอทาน้ำมันกันแดดลงบนขา
20  นาทีต่อมา  ฮอร์วอร์ดหยุดรถอยู่ข้างล่าง  ข้างบนหลังคาคารินและมาร์เซียได้ยินเสียงแตรรถของเขา  “  เขามาถึงล่ะ  ”  คารินพูดอย่างตื่นเต้น  “  ผู้ชายของคุณอยู่นี่  พี่สาว  ”  และเธอหัวเราะ  ใช่  มาเซียคิด  ผู้ชายของฉันไม่ใช่ของเธอคาริน
คารินกระโดดออกจากเตียงอาบแดด  เธอรีบไปที่ขอบหลังคาและมองไปข้างล่างและโบกมือไปยังฮอร์วอร์ด  เธอไม่ได้ใส่รองเท้า  และหนังที่เท้าของเธออยู่ๆ ก็หลุดอออกไป    อ้า  ”  เธอร้อง

เธอตกหลุมข้างหน้าและมือของเธอคว้าผนังแต่ด้านบนของผนังมันลื่นเกินไป  มือของเธอไม่สามารถรับมันและหลุดจากผนังเหนือขอบและเธอตกลง  ตกลง  ตกลง  ตกลง  ก่อนที่เธอจะชนกับพื้น  เธอจำได้  ลื่น...น้ำมันกันแดด...มาเซีย 

Learning Log อบรม

Learning  Log  อบรมภาคเช้า  29/10/58
เนื่องในวันที่  29-30  ตุลาคม  2558  เวลา  8.30-16.00  น.  ได้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ  โดยวิทยากร  ผศ.ดร.ศิตา  เยี่ยมขันติถาวร  ณ  ห้องประชุมพรหมโยธี  ชั้น   4  อาคาร  19  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช  ซึ่งตัวของดิฉันก็ได้ร่วมการเข้าอบรมในครั้งนี้ด้วย  เพื่อที่จะเก็บไว้เป็นประสบการณ์เผื่อในอนาคตในการสอนภาษาอังกฤษ  โดยการใช้เทคนิคต่าง ๆ ไปสอนให้กับเด็กนักเรียนได้อีกด้วย  ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ก็มีนักศึกษาชั้นปีที่  3  คณะครุศาสตร์  หลักสูตรภาษาอังกฤษและอาจารย์จากโรงเรียนประถมและมัธยมในจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าร่วมอบรมด้วย
ซึ่งเริ่มงานโดย  ดร.สุธินต์  หนูแก้ว  กล่าวเปิดงาน  และ  ดร.วิมล  ดำศรี  อธิการบดี  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชได้กล่าวต้อนรับวิทยากร  และในช่วงแรกจะเป็นช่วง  Beyond  Language  Learning  โดยเป็นการเสวนาวิชาการวิจัย  โดย  ดร.  สันติ  หนูแก้ว , อาจารย์สุนทร  บุญแก้ว  และ  ผศ.ดร.ประกาศิต  สิทธิ์ธิติกุล  เป็นผู้ดำเนินรายการ  โดย  ผศ.ดร.  ประกาศิตได้เกริ่นไว้ว่าครูในศตวรรษที่  21  เนี่ยจะต้องมี  5  ในการเป็นครู  คือ  C1  คือ  Communication , C2  คือ  Cultural  C3  คือ  Connection , C4  คือ  Comparison  และ  C5  คือ  Community
ซึ่งทางด้าน  ดร.สุธินต์  หนูแก้ว  ก็ได้เสนอแนวคิดว่าจริง ๆ ครูในศตวรรษที่  21  จริง ๆ แล้วเนี่ยจะต้องมีทั้งหมด  7  C  ด้วยกัน  ซึ่งประกอบด้วย  C1  คือ  Critical  Thinking  and  Problem  Solving , C2  คือ  Creative  and  Innovation  ซึ่งก็คือการคิดอย่างมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหาและทักษะการสร้างสรรค์และนวัตธรรม ) , C3  คือ  Cross  Cultural  Understanding , C4  คือ  Collaboration  Teamwork  and  Leadership , C5  คือ  Communication  Information  and  media  Literacy , C6  คือ  Computing  and  ICT  Literacy  และ  C7  คือ  Carees  and  Learning  Skill
และทางด้านของอาจารย์สุนทร  บุญแก้ว  ซึ่งเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เสนอผลงานของตัวเอง  โดยได้พานักศึกษาชั้นปีที่  1  สาขาการท่องเที่ยวของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เนี่ยต้องเดินทางไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์  เป็นเวลา  3  เดือน  และต้องไปทุกคน  โดยให้เด็กแบ่งเป็นทีม ๆ ไป  โดยช่วยเหลือกันเองในทีม  ทำทุกอย่างให้ได้  สื่อสารให้ได้ด้วยตนเองในการอยู่ที่ต่างประเทศ  ต่างภาษาและต่างวัฒนธรรม  เพื่อให้เด็กได้มีการพัฒนาทักษะในการใช้การสื่อสารภาษาอังกฤษ  รวมถึงการหาตังค์และการเรียนวัฒนธรรมของบ้านเมืองเขาว่าผู้คนที่นั่นเป็นอย่างไรและเราต้องปฏิบัติตัวอย่างไรให้เหมาะสมกับบ้านเมืองของเขา  ซึ่งเมื่อครบเวลาเดก ๆ จะบอกว่าขออยู่ต่อได้ไหม  ก็แสดงว่าประสบผลสำเร็จ  เพราะเด็ก ๆ ชอบอยากที่จะเรียนรู้
                และเมื่อการเสวนาวิชาการวิจัยเสร็จสิ้นก็ได้เข้าสู่การอบรมโดย  ผศ.ดร.ศิตา  เยี่ยมขันติถาวร  เกี่ยวกับเรื่องภาษาเพื่อการสื่อสาร  ซึ่งจริง ๆ แล้วภาษาที่คนใช้มากที่สุดในโลกจะเป็นภาษาแมนดาริน , ภาษาฮินดู , ภาษาสเปน  แล้วถึงจะเป็นภาษาอังกฤษ  ซึ่งเราก็จะเข้าใจผิดคิดว่าภาษาอังกฤษคนใช้มากที่สุด  และก็บรรยายถึงการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในภาษาไทย  ซึ่งบางคำจะไม่ได้ใช้ในภาษาอังกฤษจริง ๆ และก็เข้าสู่การพักเที่ยง
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือการอบรมเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณการทักษะ  โดย  ผศ.ดร.ศิตา  ขันติเยี่ยมถาวร  ในช่วงเช้า  ซึ่งก็ได้เนื้อหาสาระในการใช้ภาษาอังกฤษได้พอสมควรเลยทีเดียว  และจากที่อาจารย์สุนทร  บุญแก้วได้มาแลกเปลี่ยนความคิดให้เด็กไปศึกษาไปพัฒนาภาษาอังกฤษในต่างประเทศ  ซึ่งดิฉันคิดว่าเรื่องนี้น่าสนใจเป็นอย่างมาก  เพราะทำให้เด็กได้ฝึกสนทนาสื่อสารกับเข้าของภาษา  จะทำให้เด็กสามารถพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น










Learing  Log  อบรมภาคบ่าย  29/10/58
เนื่องในวันที่  29  ตุลาคม  2558  ได้มีการอบรมเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ  โดยในช่วงบ่ายของวันนี้  ผศ.ดร.ศิตา  เยี่ยมขันติถาวรได้อบรมเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ภาษาอังกฤษของคนในยุคปัจจุบัน  ก็คือการพูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษของคนไทยนั่นเอง  ซึ่งก็จะมีหลากหลายตัวอย่างให้ดูว่าคำไหนใช้ได้จริง ๆ ในภาษาอังกฤษ  และคำไหนไม่มีจริงหรือใช้ไม่ได้ในภาษาอังกฤษจริง ๆ
ซึ่งต่อมาก็ให้เด็ก ๆ และอาจารย์ในห้องอบรมหาคำศัพท์ภายในห้อง  ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมก็สามารถที่จะหาและตอบคำศัพท์ได้หมด  ซึ่งในการทำกิจกรรมดังกล่าวนี้ก็จะทำให้เราเห็นคำศัพท์นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเรียนรู้ภาษาอย่างมาก   และเราสามารถเรียนรู้ได้ง่าย  โดยเริ่มจากสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง  เมื่อเรามีและรู้จักคำศัพท์มาก  เราก็จะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น
ต่อมาก็คือการอบรมเกี่ยวกับการออกเสียงภาอังกฤษ  ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับคนไทยอย่างมาก  เพราะสื่อสารไม่ได้โดยออกเสียงผิด  และวิทยากรจึงได้สอนและให้ออกเสียงพยัญชนะและเสียงสระที่ถูกต้องว่าเป็นยังไง  และการออกเสียงที่ถูกต้องนั้นจะต้องออกมาจากอวัยวะ  ซึ่งกิจกรรมนี้ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกมาก  เพราะผู้เข้าอบรมต่างก็ได้ฝึกการออกเสียงภาษาของตัวเอง
                และสุดท้ายสำหรับการอบรมในวันนี้ก็คือ  Role  Play  ซึ่งก็คือ  การแสดงบทบาทสมมตินั่นเอง  ซึ่งจะให้ผู้เรียนเนี่ยแสดง  Role  Play  กันและให้ครูผู้สอนเป็นผู้  ซึ่งให้ผู้เรียนแสดงเกี่ยวกับชีวิตประจำวันหรือสิ่งที่เคยพบเจอในชีวิต  ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความสนใจอยากที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจด้วยตัวเอง  ว่าเราจะต้องแสดงบทบาทสมมติอย่างไร  ซึ่งจะก่อให้เกิดความบันเทิงใจภายในห้องเรียนได้อีกด้วย  และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือการอบรมเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ





Learning  Log  อบรมภาคเช้า  30/10/58
                เนื่องในวันที่  29-30  ตุลาคม  2558  เวลา  8.30-16.00  น.  ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะ  ซึ่งในวันนี้ก็คือการอบรมภาคเช้าของวันที่  30  ตุลาคม  2558  ซึ่งวิทยากรในการอบรมครั้งนี้ก็คือ  ผศ.ดร.ศิตา  เยี่ยมขันติถาวร  วันนี้ในช่วงเช้าเนื้อหาจะเน้นมากหน่อย  เพราะช่วงบ่ายวิทยากรจะให้  workshop  ซึ่งก็จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับแนวการสอนภาษาอังกฤษที่เน้นความเหมาะสมในการใช้ภาษา  และแนวการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการเนื้อหาและภาษา
                ซึ่งในช่วงแรกท่านวิยากรก็ได้พูดถึงวิธีการสอนในแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันออกไป  ดังนี้ก็คือมีวิธีการสอนแบบไวยากรณ์และแปล  ( The  Grammar  Transtation  Method )  คือ  เน้นการเรียนไวยากรณ์และการแปล , วิธีสอนแบบตรง  ( The  Direct  Method )  คือ  เน้นการพูด , วิธีสอนแบบฟัง – พูด  ( The  Audio  Lingual  Method ป  คือ  เริ่มจากการฟัง-พูดเป็นพื้นฐาน  นำไปสู่การอ่านและเขียน , วิธีสอนแบบเงียบ  ( The  Silent  woy )  คือ  เน้นความรู้ความเข้าใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ , วิธีสอนตามแนวธรรมชาติ  ( The  Vatural  Approach )  คือ  การรับรู้ตามธรรมชาติโดยไม่มีใครสอน , วิธีสอนแบบชักชวน  Suggestopedia )  คือ  วิธีสอนแบบชักชวน , วิธีสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง  คือ  การที่ฝึกฝนบ่อย ๆ หรือเก็บสะสมประสบการณ์ต่าง ๆ ก็จะสามารถนึกและถ่ายทอดได้  เช่น  การจำ  ก็เกิดจากการฝึกท่องจำนั่นเอง , การเรียนรู้แบบร่วมมือ  ( Cooperative  Learning )  คือ  การให้ผู้เรียนทำงานร่วมกับผู้อื่น , การเรียนรู้แบบเน้นภาระงาน  ( Task  Bosed  Learning )  คือ  การใช้ภาระงานเป็นหลัก , การเรียนรู้จากการทำโครงงาน  ( Project  Based  Learning )  คือ  การให้ผู้เรียนทำโครงงาน , แนวการสอนภาษาแบบกำหนดสถานการณ์เน้นผู้เรียน  ผู้สอนและสถานการณ์จำลอง , แนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ( Communicative  language  Teaching )  มุ่งเน้นความสำคัญของผู้เรียน  และการสอนที่เน้นสาระการเรียนรู้  คือ  การนำเนื้อหามาบูรณาการกับการสอนภาษาทั้ง   4  ทักษะ
                ซึ่งกล่าวมาทั้งหมดนี้ก็คือการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบบูรณาการทักษะในภาคเช้า  โดยวิทยากร  ผศ.ดร.ศิตา  ซึ่งในภาคเช้านี้ก็จะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ว่าเราต้องใช้อย่างไร  ใช้วิธีการสอนแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับเด็กและจุดประสงค์ของเราที่ต้องการจะพัฒนาเด็ก  และวิธีการสอนต่าง ๆ เหล่านี้ครูยุคใหม่ต้องนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ภายในห้องเรียนของตนเอง  ซึ่งทำให้เราได้สั่งสมประสบการณ์ไว้เพื่อนำไปใช้กับเด็กนักเรียนของเราในอนาคต
Learning  Log  อบรมภาคบ่าย  30/10/58
                ในการอบรมช่วงบ่ายของวันที่  30  ตุลาคม  2558  นั้น  วิทยากรก็ยังคงเป็น  ผศ.ดร.ศิตา  เยี่ยมขันติถาวร  ได้ให้ผู้เข้าอบรมดูคลิปวิดีโอ  ซึ่งเป็นรายการที่จะแนะนำให้ผู้เข้าอบรมได้ไปดูและศึกษาภาษาอังกฤษจากคลิปวิดีโอจากรายการและมีการให้ผู้เข้าอบรมมีกิจกรรม  workshop  นั่นก็คือการเล่นเกมส์ต่าง ๆ โดยใช้ภาษาอังกฤษ  และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของแต่ละคนไปในตัวได้อีกด้วย
                ซึ่งในช่วงแรกของภาคบ่ายวันนี้  ท่านวิทยากรก็ได้ให้ผู้ที่มาเข้าอบรมทุกคนได้ดูคลิปวิดีโอ  วึ่ง  ผศ.ดร.ศิตา  เยี่ยมขันติถาวร  ได้ร่วมเป็นพิธีกรอยู่ด้วย  มีจำนวน  2  รายการด้วยกัน  รายการแรกคือ  กด  Like  วันทีน  และรายการ  Hello  English  ซึ่งรายการทั้งสองนี้จะเป็นรายการนอกสถานที่  พาไปยังสถานที่ต่าง ๆ สอนคำศัพท์ต่าง ๆ การออกเสียงคำศัพท์แต่ละคำ  และก็มีตัวอย่างให้ดูอีกด้วย
                สำหรับในช่วงต่อมาก็จะเริ่มเป็นในส่วนของกิจกรรม  workshop  ก็คือท่านวิทยากรได้ให้ผู้เข้าอบรมทุกคนร่วมกันเล่นเกมส์ชื่อว่า  Tik  Tac  Toc  ซึ่งจะให้ผู้เข้าอบรมเนี่ยจับคู่กัน  และก็จะให้ร้องเพลงและก็จะมีท่าทางเต้นประกอบด้วย  ซึ่งคนที่แพ้จะต้องต่อแถวคนที่ชนะไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะเพียงคนเดียว  ซึ่งเกมส์นี้จะเป็นการฝึกพัฒนาทักษะของเราได้ดีเลยทีเดียว  เพราะต้องฟังต้องร้องและทำท่าตามให้ถูกต้อง
                และนอกจากนี้ในช่วงต่อมาก็คือ  การเล่านิทานนั่นเอง  ก็คือจะให้ผู้เข้าอบรมทุกคนส่งลูกบอลต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ถ้าลูกบอลตกอยู่ที่ใคร  คนนั้นจะต้องออกมาเล่านิทานให้ทุกคนฟัง  หลังจากนั้นก็มให้แบ่งกลุ่ม  ให้แต่ละกลุ่มวาดรูปนิทานที่เล่า  และให้สรุปเพียง  3  ประโยคเท่านั้น  เพื่อที่จะไปนำเสนอหน้าห้องประชุม  ซึ่งกิจกรรมนี้จะทำให้เรามีความคิดพัฒนาทักษะของเราด้วย
                ซึ่งในการอบรมภาคบ่ายนี้ก็จะเน้นการทำกิจกรรมหรือการ  Workshop  ก็คือการให้ดูคลิปวิดีโอ  การให้เล่นเกมส์  การให้เล่านิทาน  ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้มีความคิดพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราได้ดีมากเลยทีเดียว  ซึ่งเราสามารถที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนกับเด็กนักเรียนสมัยนี้ได้ดีเลยทีเดียว  จะทำให้ฝึกให้เรารู้จักคิด  รู้จักแก้ปัญหา  และมีความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย  ซึ่งการอบรมนี้ทำให้ผู้เข้าอบรมรู้สึกสนุกและได้ความรู้ไปเยอะพอสมควรเลย  และก็ไม่น่าเบื่ออีรกด้วย