วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Log The Passive

The Passive
            ประโยค passive นั้นคือประโยคที่ธรรมดาทั่วไปก็คือ Subject  +  Verb  +  Object  โดยจะสื่อว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ถูกกระทำโดย Subject การที่ใช้ passive voice ได้ ชนิดของ verb ต้องเป็น Transitive Verb คือ Verb ที่ต้องการกรรมเท่านั้น
            ซึ่งโครงสร้างของประโยค passive voice มีตาม Tense ทั้ง 12 ดังต่อไปนี้
- Present Simple:  S + is , am , are + V3 + by…
- Present Continuous: S+ is , am , are + being + V3 + by…
- Present Perfect:  S + have , has + been + V3 + by….
- Present Perfect Continuous: S + have + been + being + V3 + by…

- Past Simple:  S +was , were + V3 + by…
- Past Continuous: S+ was , were + being + V3 + by…
- Past Perfect:  S + had+ been + V3 + by….
- Past Perfect Continuous: S + had + been + being + V3 + by …

- Future Simple:  S +will + be + V3 + by…
- Future Continuous: S+ will + be + being + V3 + by …
- Future Perfect:  S + will+ have +been + V3 + by ….
- Future Perfect Continuous: S + will + have + been + being + V3 + by …

            ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้นั้นก็คือโครงสร้างของประโยค passive นั้นเอง ซึ่งประโยค passive นี้ก็คือเป็นโยคที่ประธานนั้นเป็นผู้ถูกกระทำ



Log หลักการแปลวรรณกรรม

หลักการแปลวรรณกรรม
            วรรณกรรม หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ไม่ว่าจะใช้วิธีร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ไม่ว่าจะเป็นผลงานของกวีโบราณหรือปัจจุบัน ซึ่งจะรวมเรียกว่า วรรณคดีด้วย ซึ่งงานทางด้านบันเทิงคดีนั้นผู้อ่านจะมุ่งหวังที่จะได้รับความบันเทิงเพลิดเพลินเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการค้นหาความรู้ ข้อมูลต่างๆ จะเป็นจุดประสงค์รองลงมา ซึ่งจะต้องรักษาความหมายเดิมไว้ให้ครบถ้วนถูกต้อง
            ซึ่งหลักการแปลนวนิยายนั้น ผู้แปลสามารถค้นหาถ้อยคำสำนวนสละสลวยไพเราะเพื่อให้สอดคล้องกับต้นฉบับได้เป็นอย่างดี
1.            การแปลชื่อเรื่องของวรรณกรรม จะมีความสำคัญเป็นอันดับแรก เพื่อบอกคุณลักษณะของงานเพื่อเร้าใจผู้อ่านผู้ชมให้สนใจ และเพื่อบอกผู้อ่านเป็นนัยๆ ว่าผู้เขียนต้องการสื่ออะไรต่อผู้อ่าน ซึ่งจะมี 4 แบบ คือ
 แบบที่ 1 ไม่แปล แต่ใช้ชื่อเดิมเขียนเป็นภาษาไทยโดยวิธีการถ่ายทอดเสียง
แบบที่ 2 แปลตรงตัว โดยรักษาคำและความหมายไว้ด้วยภาษาไทยที่ดีและกะทัดรัด
แบบที่ 3 แปลบางส่วนดัดแปลงบางส่วน จะใช้ต่อเมื่อชื่อในต้นฉบับห้วนเกินไปไม่ดึงดูด และไม่สื่อความหมายเพียงพอ
แบบที่ 4 ตั้งชื่อใหม่โดยการตีความชื่อเรื่องและเนื้อเรื่อง ต้องใช้ความเข้าใจวิเคราะห์ได้
2.            การแปลบทสนทนา เป็นปัญหายุ่งยากของการแปลคือ บทสนทนา หรือถ้อยคำตอบโต้กันของตัวละคร ซึ่งจะใช้ภาษาพูดหลายระดับ ซึ่งจะเต็มไปด้วยคำแสลง  คำสบถ หรือคำอื่นๆที่ใช้กันตามความจริง
3.            การแปลบทบรรยาย จะเป็นข้อความที่เขียนเล่าเรื่องเหตุการณ์ ซึ่งจะใช้ภาษาเขียนหลายระดับ ซึ่งจะพบความยุ่งยากเกิดจากภาษาสองประเภท คือภาษาในสังคม กับภาษาวรรณคดี
ขั้นตอนในการแปลวรรณกรรม ควรปฏิบัติดังนี้
1.            อ่านเรื่องราวให้เข้าใจตลอด สามารถจับใจความสำคัญของเรื่องที่จะแปลได้ ย่อความได้ จับประเด็นของเรื่องได้ ทำแผนผังความสัมพันธ์ของตัวละครสำคัญในเรื่อง
2.            วิเคราะห์ถ้อยคำสำนวน ค้นหาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่เคยรู้จัก ค้นหาความกระจ่างของข้อความที่ไม่เข้าใจ
3.            ลงมือแปลเป็นภาษาไทยด้วยถ้อยคำสำนวนที่เรียบง่าย

            

Log Text Types

Text types
                รูปแบบการเขียน หมายถึง การเรียบเรียงเนื้อหาในการเขียน ซึ่งมีโครงสร้างที่เป็นแบบแผน มีคุณลักษณะและมีองค์ประกอบหลักที่ใช้การเขียนสำหรับรูปแบบนั้นๆ ซึ่งรูปแบบการเขียนมีหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามจุดประสงค์ของงานเขียนนั้นเช่นกัน อาทิ เพื่อแสดงความรู้สึกหรือความคิดเห็น เพื่อจินตนาการ     เล่าเรื่อง เพื่อความบันเทิงหรือสนุกสนาน เพื่อบรรยาย โน้มน้าวหรือชักจูง ขอร้อง สืบสอบหรือตั้งคำถาม หรือเพื่อทำความกระจ่างในความคิด แต่ละงานเขียนย่อมมีความแตกต่างแต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการให้ผู้อ่านรู้สึกคล้อยตาม และรู้สึกชอบและติดตามในงานเขียน
            การเขียนบรรยาย (Description) เป็นข้อเขียนที่ให้รายละเอียดของคุณลักษณะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง ข้อเขียนแบบนี้จะใช้อยู่ในข้อเขียนแบบอื่นๆด้วย ซึ่งจะกล่าวถึง อะไร  ที่ไหน เมื่อไร  ดูเป็นอย่างไร เสียงเป็นอย่างไร กลิ่นเป็นอย่างไร ให้ความรู้สึกอย่างไร มีความเป็นพิเศษเพราะอะไร เป็นต้น  การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนนำ ตอนรายละเอียด เป็นการบรรยายคุณลักษณะบุคคล หรือสิ่งของ และตอนสรุปใจความสำคัญ
การเขียนเล่าเรื่อง (Narrative) เป็นข้อเขียนที่เล่าถึง ต่างๆที่ให้ความบันเทิง กระตุ้น หรือสอน  มุ่งที่จะให้ผู้อ่านเกิดความตั้งใจ และคงความสนใจไว้ได้นาน เรื่องมีหลายประเภท ได้แก่ ละครเหมือนชีวิตจริง เรื่องเชิงจินตนาการ เรื่องผจญภัย นิยายเชิงวิทยาศาสตร์ เรื่องลึกลับ เทพนิยาย นิทาน ตำนาน เป็นต้น
            การเขียนเล่าเหตุการณ์ (Recount) เป็นข้อเขียนที่เล่าถึงเหตุการณ์หรือประสบการณ์ ที่ผ่านมา เรียงลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนนำ กล่าวถึง อะไรที่เกิดขึ้นตามลำดับของเวลา โดยใช้คำเกี่ยวกับเวลา รวมทั้งคำคุณศัพท์ ข้อความที่เขียนเป็นเรื่องของอดีตและตอนสรุปจะเป็นการกล่าวถึงข้อคิดเห็นส่วนตัวว่า ผู้เขียนคิดอะไร รู้สึกอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การเขียนมีลักษณะเป็นส่วนตัวจะใช้สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง
            การเขียนอภิปราย (Discussion) เป็นข้อเขียนที่กล่าวทั้งข้อดีและข้อเสียของหัวข้อปัญหา โดยแสดงเหตุผลที่สนับสนุนและคัดค้านในเรื่องนั้น การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน คือตอนที่ว่าด้วยหัวข้อปัญหา เป็นการแนะนำหัวข้อปัญหาว่า คืออะไร กล่าวถึงกลุ่มที่ต่างกัน มีความเห็นต่างกัน ตอนที่ว่าด้วยเหตุผล กล่าวถึงประเด็นและหลักฐานของกลุ่ม ที่สนับสนุนและค้าน จะประกอบด้วยกลุ่มที่สนับสนุน และกลุ่มที่ค้าน สุดท้ายตอนสรุป เป็นการสรุปความถึงเหตุผลและผู้เขียนให้ข้อเสนอแนะอะไร เพราะเหตุใด
            การเขียนอธิบาย (Expository) เป็นข้อเขียนที่อธิบายหรือบอกถึงสารสนเทศ ประกอบด้วย เรียงความเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง เป็นข้อเขียนที่แสดงถึงความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างสิ่งสองสิ่ง เรียงความเกี่ยวกับวิธีการ การเขียนเกี่ยวกับวิธีการเป็นข้อเขียนที่บอกให้ทราบว่า จะสร้างหรือทำ สิ่งหนึ่งสิ่งใดได้อย่างไร การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ เป้าประสงค์ เป็นการบอกถึงสิ่งที่จะสร้างหรือทำ ซึ่งอาจรวมไปถึง การบรรยายสั้นๆ ถึงผลผลิตที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่ต้องการใช้ เป็นการกล่าวถึงรายการสิ่งที่ต้องการใช้ในการกระทำ
            การเขียนรายงานสารสนเทศ (Information report) เป็นข้อเขียนที่ให้สารสนเทศ โดยกล่าวถึงข้อเท็จจริง โดยทั่วไปใช้บรรยายเกี่ยวกับประเภทหรือกลุ่มของคน สัตว์ สิ่งของ หรือ สถานที่  การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนนำ อาจใช้ภาพถ่าย ภาพวาด แผนที่หรือแผนผัง ประกอบด้วย หัวข้อย่อย ในการบรรยายที่ใช้กันมาก ได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับ เรื่องเกี่ยวกับบุคคล เรื่องเกี่ยวกับสิ่งของ สถานที่ และสุดท้ายคือตอนสรุป เป็นการเขียนสรุปความหรือข้อคิดเห็น เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง จึงไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึก ใช้คำที่มีความหมายกว้างๆและใช้สรรพนามบุรุษที่สาม
            การเขียนอธิบาย (Explanation) เป็นข้อเขียนที่อธิบายว่าบางสิ่งบางอย่างทำงานอย่างไรหรือบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมจึงเกิดขึ้น การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนนำ เป็นข้อความทั่วไปเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องอาจประกอบด้วยนิยามหรือคำถาม คำบรรยายสั้นๆ การอธิบาย เป็นชุดของข้อความที่อธิบายตามลำดับในเรื่องบางสิ่งบางอย่างทำงานอย่างไร ทำไมบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น และสรุป เป็นการสรุปความหรือให้ข้อคิดเห็น อาจประกอบด้วยการสรุปความหรือข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นทั่วไปเกี่ยวกับการใช้ และประวัติความเป็นมา การเขียนแต่ละประเด็นสำคัญให้ขึ้นย่อหน้าใหม่ คำที่ใช้ได้แก่ ศัพท์เทคนิคหรือศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ คำกริยา และคำสันธาน ข้อเขียนจะเป็นปัจจุบันกาล ไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกและใช้สรรพนามบุรุษที่สาม
            การเขียนแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกตอบสนอง (Response) เป็นข้อเขียนที่ผู้เขียนบรรยายถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเรื่องราวหรือเหตุการณ์ ใช้สำหรับการวิจารณ์ การให้ข้อมูลย้อนกลับ หรือการประเมิน เพื่อแสดงถึงความคิด หรือความรู้สึกต่อสิ่งนั้นๆ ว่าอะไรเกิดขึ้น มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทำไมจึงมีความพิเศษในเรื่องนั้น จะโต้ตอบอย่างไร เรื่องนั้นมีผลอย่างไรต่อผู้เขียน ผู้เขียนรู้สึกอย่างไร และผู้เขียนคิดอะไรอยู่ การเขียนแบ่งเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่เป็นการเกริ่นนำ เป็นการระบุเรื่องว่าอะไร ใคร เมื่อไร และ   ที่ไหน รายละเอียด เป็นการบรรยายเรื่องและปฏิกิริยาตอบสนองของผู้เขียนต่อเรื่องนั้น การบรรยายเรื่อง อาจประกอบด้วย ตัวบุคคลหรือตัวละครที่เกี่ยวข้อง สรุปว่าอะไรเกิดขึ้น มีลักษณะสำคัญอะไร การตอบสนอง และการสรุป
            ทั้งหมดนี้คือรูปแบบการเขียนประเภทต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปเขียนให้เหมาะสมกับแต่ละการเขียน ในการเขียนบรรยายเรื่อง การเขียนจดหมาย ข่าว โฆษณา ใบปลิว หรือแม้แต่งานเขียนการสัมภาษณ์ต่างๆ ได้


Log การถ่ายทอดตัวอักษร

การถ่ายทอดตัวอักษร (Transliteration)
            การถ่ายทอดตัวอักษร หมายถึง การนำคำในภาษาหนึ่งมาเขียนด้วยตัวอักษรของอีกภาษาหนึ่งโดยพยายามให้การเขียนในภาษาใหม่นี้ถ่ายทอด ‘เสียง’ ของคำในภาษาเดิมให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ การถ่ายทอดตัวอักษรมีบทบาทในการแปลจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งในกรณีต่อไปนี้
1.            เมื่อในภาษาต้นฉบับมีคำที่ใช้แทนชื่อเฉพาะของสิ่งต่างๆ เช่น ชื่อคน ชื่อสถานที่ ชื่อแม่น้ำ ภูเขา หรือแม้แต่ชื่อสถาบันต่างๆ
2.            เมื่อคำในภาษาต้นฉบับมีความหมายอ้างอิงถึงสิ่งที่เป็นรูปธรรม หรือนามธรรมที่ไม่มีในสังคมของภาษาฉบับแปลจึงไม่มีคำเทียบเคียงให้ เช่น คำที่ใช้เรียกต้นไม้ สัตว์และกิจกรรมบางชนิด ความคิดบางประเภทซึ่งมีในภาษาอังกฤษแต่ไม่มีในภาษาไทยมีเนื่องจากยังไม่มีการบัญญัติศัพท์ขึ้น ซึ่งอาจแก้ปัญหาได้ 2 อย่างก็คือการใช้วิธีให้คำนิยามหรือคำอธิบายที่บอกลักษณะตรงกับคำเดิมนั้น หรือใช้ทับศัพท์
ซึ่งในการแปลตัวอักษรของภาษาฉบับแปล ผู้แปลควรจะยึดหลักปฏิบัติในการถ่ายทอดเสียงของคำต่อไปนี้
1.            ให้อ่านคำนั้นเพื่อให้รู้ว่าคำนั้นออกเสียงอย่างไร ประกอบด้วยเสียงอะไร แล้วหาตัวอักษรในภาษาฉบับแปลที่มีเสียงใกล้เคียงกันมาเขียนแทนเสียงนั้นๆ
2.            ภาษาทุกภาษาจะมีเสียงพยัญชนะและสระตรงกันเป็นส่วนมาก และผู้แปลจะหาตัวอักษรมาเขียนแทนได้เลย แต่ก็จะมีเสียงจำนวนหนึ่งซึ่งไม่มีตัวอักษรที่แทนเสียงตรงกับในฉบับแปล ในกรณีนี้ให้หาตัวอักษรหนึ่งหรือ 2 ตัว เรียงกันที่มีเสียงใกล้เคียงที่สุดมาเขียนแทน
3.            เมื่อกำหนดตัวอักษรตัวใดตัวหนึ่งแทนเสียงใดเสียงหนึ่งแล้วให้ใช้ตัวนั้นตลอดไป อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน
4.            สำหรับการยืมคำศัพท์มาใช้โดยเขียนลงเป็นภาษาในฉบับแปล
ซึ่งจะมีบัญชีไว้สำหรับผู้แปลระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษใช้เป็นแนวทางในการถ่ายทอดอักษร ซึ่งบัญชีแรกจะใช้สำหรับการถ่ายทอดจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ในช่องแรกจะเป็นตัวอักษรไทย ส่วนเสียงของอักษรนั้นแสดงไว้ด้วยสัญลักษณ์ทางสัทศาสตร์ ในช่องที่สองเป็นตัวอักษรในภาษาอังกฤษ และช่องถัดไปจะเป็นตัวอย่าง

น

และในบัญชีที่สอง จะเป็นสำหรับการถ่ายทอดชื่อภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย การดูให้ดูแบบเดียวกับบัญชีที่ 1 กล่าวคือ ช่องที่ 1 เป็นเสียง ช่องต่อไปก็คือตัวอักษรไทยที่ใช้แทน และช่องที่ 3 คือตัวอย่าง

Log โครงสร้างพื้นฐานของประโยค

โครงสร้างพื้นฐานของประโยค
                        ประโยคในภาษาอังกฤษมีมากมายหลายประเภท สามารถกระจายออกเป็นรูปโครงสร้างพื้นฐานได้ทั้งนั้น ประโยคต่างๆ จะมาจากพื้นฐานที่เรียกว่า base sentence (ประโยคเปลือย) บางคนก็จะเรียกว่า karnel sentence (ประโยคแก่น) ประโยคซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานนี้หมายถึงประโยคที่ประกอบด้วยประโยคที่มีคำน้อย ใช้คำเฉพาะ แต่มีใจความสมบูรณ์ ถูกต้องตามหลักภาษา สื่อความหมายได้อย่างตรงไปตรงมา แต่อาจขาดความไพเราะ ไม่สละสลวย หรือรายละเอียดตรงตามความตั้งใจของผู้แต่งประโยค
                        ในการแปลประโยคที่ซับซ้อน ถ้าแยกข้อความออกเป็นหน่วยประโยคที่สั้นหรือเล็กที่สุดตามลักษณะโครงสร้างประโยคพื้นฐานแต่ละแบบแล้ว จะช่วยให้การวิเคราะห์ความหมายของประโยคได้ดีขึ้นซึ่งฮอร์นบีและคณะได้แยกประโยคพื้นฐานไว้ใน The Advanced Learner’s Dictionary of Current English ไว้ 25 แบบ โดยถือตามหน้าที่และความนิยมในการใช้คำกริยาเป็นหลัก เรียกว่ากระสวนหรือแบบคำของกริยา (verb pattern)
                        ซึ่งแบบของคำกริยาของฮอร์นบี ได้แบ่งแบบคำกริยาออกเป็น 25 แบบดังนี้
1.            VP 1… Vb  +   Direct Object
2.            VP 2… Vb  +   (not) to  +  Infinitive, etc.
3.            VP 3… Vb  +   Noun or Pronoun  +  (not) to  +  Infinitive, etc.
4.            VP 4… Vb  +   Noun or Pronoun  +  (to be)  +  Complement
5.            VP 5… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Infinitive, etc.
6.            VP 6… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Present Participle
7.            VP 7… Vb  +   Object  +  Adjective
8.            VP 8… Vb  +   Object  +  Noun
9.            VP 9… Vb  +   Object  +  Past participle
10.    VP 10… Vb  +   Object  +  Adverb or Adverbial Phrase, etc.
11.    VP 11… Vb  +   that-clause
12.    VP 12… Vb  +   Noun or Pronoun  +  that-clause
13.    VP 13… Vb  +   Conjunctive  +  to  +  Infinitive, etc.
14.    VP 14… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Conjunctive  +  to  +  Infinitive, etc.
15.    VP 15… Vb  +   Conjunctive  +  Clause
16.    VP 16… Vb  +   Noun or Pronoun  +  Conjunctive  +  Clause
17.    VP 17… Vb  +   Gerund, etc.
18.    VP 18… Vb  +   Direct Object  +  Preposition  +  Prepositional Object
19.    VP 19… Vb  +   Indirect Object  +  Direct Object
20.    VP 20… Vb  +   (for)  +  Complement of Distance, Time, Price, etc.
21.    VP 21… Vb  alone
22.    VP 22… Vb  +   Predicative
23.    VP 23… Vb  +   Adverbial Adjunct
24.    VP 24… Vb  +   Proposition  +  Prepositional Object
25.    VP 25… Vb  +   to  +  Infinitive
ซึ่งในการแปลภาษาหนึ่งเป็นอีกภาษาหนึ่งนั้น ถ้าผู้แปลมีความสามารถ มีความรู้ที่ดีทั้งสองภาษา การตีความหรือวิเคราะห์ความหมายของประโยคจะทำได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่คิดในใจ สำหรับผู้ที่ยังไม่ค่อยชำนาญ การแยกประโยคที่ซับซ้อนเป็นประโยคพื้นฐานจะช่วยได้มาก



Log บันเทิงคดี

การแปลบันเทิงคดี
การแปลบันเทิงคดี (The Translation of Literary Work) นั้นหมายถึง งานเขียนทุกประเภทที่ไม่อยู่ในประเภทงานวิชาการและสารคดี บันเทิงคดีมีหลายรูปแบบ ได้แก่ นวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี เป็นต้น ทั้งนี้แบ่งการแปลบันเทิงคดีออกเป็นองค์ประกอบของงานเขียนแบบบันเทิงคดีและองค์ประกอบด้านภาษา
ซึ่งการแปลบันเทิงคดีจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญ 2 ประการคือองค์ประกอบด้านภาษาและองค์ประกอบที่ไม่ใช่ภาษา ซึ่งหมายถึงอารมณ์และท่วงทำนองของงาน เพราะองค์ประกอบด้านอารมณ์และท่วงทำนองนั่นจะสะท้อนให้เห็นถึงองค์ประกอบของภาษา อย่างไรก็ตามองค์ประกอบในด้านภาษาที่เกี่ยวข้องกับการแปลบันเทิงคดีสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การใช้คำที่มีความหมายแฝง และภาษาเฉพาะวรรณกรรม ในหัวข้อที่หนึ่ง ภาษาที่มีความหมายแฝงคือคำศัพท์ที่ใดๆ ประกอบด้วยคำศัพท์ที่มีความหมายตรงตัวหรือความหมายตามตัวอักษร เช่น Chicken หมายถึง “ไก่” แต่มีคำศัพท์เป็นคำศัพท์ที่มีความหมายแฝงอีกด้วย คือ ไก่ในความหมายตรงๆคือสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีปีก โดยมีความหมายแฝงคือ ขี้คลาดตาขาว ฉะนั้นเมื่อแปลเราจะต้องใส่ใจต่อคำศัพท์ทุกตัว
ประการที่สองคือ ภาษาเฉพาะวรรณกรรมหรือโวหารภาพพจน์ เช่น โวหารอุปมาอุปมัย โวหารอุลักษณ์ โวหารเย้ยหยันเสียดสี โวหารที่ใช้ส่วนหนึ่งแทนทั้งหมด และโวหารที่กล่าวเกินจริง โดยภาษากลุ่มนี้มีลักษณะสะท้อนวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การกินอยู่ การแต่งกาย อาชีพ ดินฟ้าอากาศ ศาสนา การเมืองและเศรษฐกิจต่างๆ อย่างไรก็ตามแต่ละที่นั้นมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันภาษาจึงต้องมีความแตกต่างกันด้วย ดังนั้นเราจึงต้องรู้รายละเอียดอย่างดี
ส่วนองค์ประกอบด้านภาษา เป็นงานแปลบันเทิงคดีที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ การใช้คำสรรพนามและคำเรียกบุคคล การใช้คำที่มีความหมายแฝง และภาษาเฉพาะวรรณกรรม ภาษาที่มีความหมายแฝงคือ อ่านข้อความในต้นฉบับบอย่างน้อย 1 จบ ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหาโดยรวม ในการอ่านผู้แปลไม่ควรหาคำศัพท์ใดๆ แต่อาจจะทำเครื่องหมายบางอย่างไว้ เพื่อกลับมาหาคำศัพท์เมื่ออ่านเสร็จ

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ก็คือการเขียนแบบบันเทิงคดี ซึ่งก็คืองานเขียนรูปแบบต่างๆ ที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบการเขียนแบบวิชาการและสารคดี แต่จะเป็นงานเขียนที่ให้การบันเทิงมากกว่าโดยจะมีโวหารภาพพจน์ ทำให้เราสามารถนึกภาพหรือจินตาการตามตอนที่เราอ่านได้นั่นเอง

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Hush Money

HUSH  MONEY
ด้านหลังร้านชื่อ  เดอะกรีนเบิร์ด  มีที่จอดรถขนาดใหญ่  มันเป็นร้านเหล้าที่ยุ่งวุ่นวาย  และทุกๆคืนจะมีรถจำนวนมากอยู่ที่นี้  ในคืนนี้  มีผู้หญิงอยู่ในที่จอดรถด้วยเช่นกัน  เธอยืนอยู่ในที่มืดหลังต้นไม้  มองดูและรอ
เธอมีชื่อว่าโรซ่าและเธออายุ  20  ปี  เธอทำงานในโรงแรมอาทิตย์ละ  6  วันยกเว้นวันจันทร์  ในวันจันทร์โรซ่าจะทำบางอย่างที่แตกต่างไป  และวันนี้คือวันจันทร์  มันหนาว  โรซ่าวางมือลงไปในกระเป๋าของเสื้อโค้ทของเธอ  มันเป็นคืนสำหรับกางเกง  แต่โรซ่าสวมกระโปรงสั้นและไม่ใส่อะไรที่ขาทั้ง  2  เลย  มันเป็นสิ่งสำคัญ
หลังจากเวลาผ่านไป  ผู้หญิงออกมาจากร้านเหล้าและเดินไปยังที่จอดรถฟอร์ดคันสีฟ้า  ผู้หญิงอายุประมาณ  50  ปีและเธอเดินช้า  เธอร้องเพลงเงียบพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มนิดๆ
“  เธอดื่ม  ”  โรซ่าคิด  “  แต่เธอจะขับรถ  ”
ผู้หญิงขับรถของเธอและวางมือลง  เธอสวมเสื้อโค้ทยาวสีเขียวและกางเกงสีเทา  และเธอมีผม       สีบรอนด์  ผมบรอนด์มากๆ
“  โอ้ที่รัก  หัวของฉัน  ”  เธอพูดและหัวเราะ
“  สีผมนั้นเหมือนออกมาจากขวด  ”  โรซ่าคิด
เธอเอาขวดเล็กๆ  ออกมาจากกระเป๋า  มีของเหลวสีแดงอยู่ในนั้นและเธอทาลงบนขาของเธอ  ทันใดนั้นเธอก็วิ่งอย่างเร็วรอบที่จอดรถฟอร์ดสีฟ้า
ผู้หญิงคนนี้เปิดประตูและตกไปนั่งที่นั่งคนขับ  และเธอหัวเราะ  “  โอ้  โดรอทที่  เบิร์น  ”  เธอร้องเพลง  “  คุณดื่มอีกครั้ง  !  ”
ตอนนี้โรซ่าอยู่ด้านหลังรถของเธอ  หมอบอยู่กับพื้น  เมื่อรถเริ่มเคลื่อนไปข้างหลัง  เธอกระโดดและรีบวางบางอย่างบนด้านหลังของรถ
โดรอทที่เบิร์นออกมาจากรถและเดินรอบๆไปข้างหลัง  เมื่อเธอเห็นโรซ่าอยู่ที่พื้น  หน้าของเธอก็เป็นสีขาว
“  โอ้  ”  เธอร้อง  “  เกิดอะไรขึ้น  ”
“  ขาของฉัน  ”  โรซ่าพูด  “  บนขาของฉัน  ”  เธอเริ่มร้อง
“  แต่  แต่เกิดอะไรขึ้น  ”  โครอทที่เบิร์นพูด  ทันใดนั้นเธอเห็นน้ำสีแดง  บนขาของโรซ่า  “  โอ้  นั้นเลือดบนขาของคุณ  !!  ”
“  ใช่  เพราะว่ารถของคุณชนฉัน  ทำทำไม  ”  โรซ่าพูด  เธอหยุดร้องและดูโกรธ
“  ฉัน  ฉันไม่เห็นว่าคุณอยู่หลังฉัน  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด
“  คุณไม่เห็นฉันเพราะคุณไม่ได้มอง  ”  โรซ่าพูดแบบโกรธ  และเธอพูดใส่ผู้หญิงว่า  “ คุณเมา ”
ทันใดนั้น  โครอทที่  เบิร์นกลัวมาก  “ ฉัน  ฉัน...  ”
“  ใช่  คุณมีกลิ่นวิสกี้ !  ฉันได้กลิ่นมาจากตรงนี้  ”  โรซ่าพูด  “  ฉันกำลังจะโทรไปหาตำรวจเดี๋ยวนี้”
“  โอ้  ไม่  ได้โปรด  !  ”  โครอทที่  พูด  “  ฉันเสียใจ  เสียใจมากๆ  แต่อย่าบอกตำรวจ  ได้โปรด  ฟังฉัน  ฉันสามารถช่วยคุณ  ฉันสามารถพาคุณไปที่บ้านและ...”
“  ฉันไม่ขึ้นรถไปกับคุณหรอก  !  ”  โซร่าพูด  “  คุณเมา  ! ”
“  ไม่  ”  โครอทที่  เบิร์นบอก  “  มันแค่วิสกี้ขวดเล็กแค่นั้น  ”
“  โอ๊  ใช่เหรอ  ? ”  บอกกับตำรวจนะ  “  โรซ่าก็ยืนขึ้น  จับขาของเธอ  ”  ทะเบียนรถของคุณคืออะไร ?
“  ไม่นะ  ขอร้อง  ! ”  โครอทที่  เบิร์นบอก  “  ไม่บอกตำรวจ  ฟังฉัน  ฉันต้องการช่วย  คุณเรียกแท็กซี่ไปส่งโรงพยาบาล  ฉันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง  มันเป็นอุบัติเหตุ  ”
“  มีเงินเท่าไหร่  ”  โรซ่าพูด
“  เอ่อ...เอ่อ  20  ปอนด์  ? ” โดรอทที่  เบิร์นบอก
“  50  ”  โรซ่าพูด
“  ดี  ถ้า  30  ล่ะ  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด
“  50  ”
“  แต่ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น  ”
“  50  ฉันจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้  ”  โรซ่าหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอ
“  โอเค โอเค  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด  เธอหยิบกระเป๋าถือออกมาจากรถ  เอาเงินออกมา  50  ปอนด์และให้กับโรซ่า  “  นี้ของคุณ  ”  เธอพูด
โรซ่ารับเงินและเดินออกไป  เธอเดินไปที่รถของเธอ  รถเฟียทคันเล็กสีขาว  10  ปี  เธอนั่งในรถและรอให้ผู้หญิงคนนั้นขับรถไป  และเธอก็กับรถกลับบ้าน
สามวันต่อมาวันจันทร์ตอนเย็น  โรซ่าไปร้านเหล้าที่แตกต่างกัน  3  ร้าน  เธอรอคนเมาหรือคนที่เมาที่กำลังจะขับรถกลับ  บางครั้งเธอรอสองชั่วโมงหรือมากกว่านั้นทันใด  นั้นเธอก็เอาขวดของเหลาสีแดง  และไม่กี่นาทีต่อมาก็มีอุบัติเหตุ
คนขับรถไม่ต้องการให้โรซ่าโทรหาตำรวจ  พวกเขาจ่ายเงินให้เธอเป็นที่เรียบร้อยบางครั้งก็  50  ปอนด์  บางครั้งก็  100  ครั้งหนึ่ง  ผู้ชายร่างใหญ่และอ้วนกับฟันสีทองให้เงินเธอ  200  ปอนด์  มันเป็นวัยจันทร์ที่ดีมาก
วันจันทร์ต่อมา  โรซ่าเจอร้านเหล้าในถนนไม่ไกลจากเดอะกรีนเบิร์ด  มันเป็นคืนที่หนาวมาก  เธอนั่งรอในรถของเธอ  ชั่วโมงหนึ่งผ่านไป  ผู้ชายคนหนึ่งออกมากจากร้านเหล้าถือขวดไวน์มือหนึ่ง  เขายืนมองไปมาที่ลานจอดรถ  โรซ่าของเขาอยู่
“  เขาหารถของเขาไม่เจอ  ”  เธอคิด  “  เขาเมา  ”
หลังจากนั้นหนึ่งถึงสองนาที  ผู้ชายคนนั้นเริ่มเดินไปยังลานจอดรถที่ฮอนด้าคันใหญ่สีแดง  รองเท้าของเขาและเขาใกล้จะตกลง  แต่สุดท้ายเขาก็ไปที่รถฮอนด้าและเริ่มเปิดประตู
โรซ่าเอาของเหลวสีแดงทาที่ขาของเธอและออกไปจากรถ  เธอเดินอย่างเร็วไปที่รถฮอนด้าและหมอบลงข้างหลังมัน  เริ่มอุบัติเหตุ
“  เฮ้  คุณ  ! ”
โรซ่ามองรอบๆ  อย่างรวดเร็ว  ผู้หญิงคนนึ่งวิ่งออกมาจากที่จอดรถ  ผู้หญิงใส่เสื้อโค้ทสีเขียว  กางเกงสีเทา  ผู้หญิงที่มีผมสีบรอนด์มาก  เธอมีกล้องถ่ายรูปในมือ
“  โอ้  ไม่  คุณไม่ทำ  !”  โครอทที่  เบิร์นตะโกน  เธอคว้าแขนของโรซ่า  “  คุณไปที่เดอะกรีนเบิร์ด  เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว  ”
“  อะไร  คุณเป็นใคร  คุณพูดถึงอะไร  ? ”  โรซ่าพูด  “  ฉันกำลังจะกลับบ้าน  ปล่อยแขนฉัน  !”
ผู้ชายที่ถือขวดไวน์ในมือมายังข้างหลังรถฮอนด้าของเขา  “  เฮ้  คุณกำลังทำอะไร  เกิดอะไรขึ้น  ?”  เขาพูด  หน้าของเขาแดงมากและตาของเขาใกล้จะปิด
“  ผู้หญิงคนนี้เอาเงินของฉันไป  50 ปอนด์  เมื่อสี่อาทิตย์ที่แล้ว  ”  โครอทที่  เบิร์นบอกเขา  “  เธอเป็นคนโกหกเธอจะลงไปอยู่ที่หลังรถของคุณ  และเธอก็จะถูกว่า  รถชนเธอ !  แต่มันไม่ใช่  เธอทำมันเพื่อที่จะเอาเงินของคุณ  เธอพูดว่า  โอ้  คุณเมา  และฉันจะแจ้งตำรวจและเพราะว่าคุณเมาและคุณกลัว  คุณจะให้เงินเพื่อหยุดเธอ  ฉันทำมัน ”
ผู้ชายคนนั้นมองโรซ่า  “  อะไร  ? ”  เขาพูด
โรซ่าดึงแขนออก  แต่ก่อนที่เธอจะวิ่ง  โครอทที่  เบิร์นคว้ามือของเธอไว้  “  ดูขาของเธอ ”  เธอบอกผู้ชาย  “  มีเลือดอยู่บนนั้น  แต่ทำไม  ?  มันเกิดขึ้นได้อย่างไร  ?  เธอใส่มัน  เพื่อพร้อมที่จะเกิดอุบัติเหตุ  อุบัติเหตุของคุณ  เพราะว่านาทีนั้นคุณกำลังจะชนเธอด้วยรถของคุณ  และเธอจะร้องออกมาว่า  โอ้ย  ขาฉัน  ขาฉัน  แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เธอโกหก  ?  ”
สุดท้ายผู้ชายยืนขึ้น  เขาจ้องมองโรซ่า  ใบหน้าของเขาเริ่มแดงกว่าเดิม  “  คุณอายุยังน้อย  ! ”  เขาพูดด้วยความโกรธ  เขาผลักโรซ่าและเธอตกลงไปที่พื้น  แต่ก่อนที่เขาจะตีเธออีกครั้ง  โครอทที่  เบิร์นดึงเขาออกมา
“  ไม่...รอ ”  เธอพูด
ขวดไวน์ตกลงจากมือของผู้ชาย  มันตกลงพื้นข้างๆ  โรซ่าและแตก  ไวน์ไหลลงบนหน้าของเธอและเสื้อโค้ทของเธอ
“  ไวน์ของฉัน  ! ”  ผู้ชายร้อง  เขามองผู้หญิงสองคนนี้อย่างโกรธ  และเริ่มเดินกลับไปที่ร้านเหล้า  “  ไปเอาไวน์  ”  เขาพูด  “  เพื่อภรรยาของฉัน  ”
โรซ่าหัวเราะ  “  ทำไม  ?  ฉันไม่ต้องการที่จะคุยกับคุณ  ”
“  โอ้  ฉันคิดว่า  คุณอยากคุย  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด  “  คุณดู  ฉันถ่ายบางรูปของคุณตอนที่คุณอยู่หลังรถผู้ชายคนนั้นและรอ  เป็นรูปที่น่าสนใจ  พวกเขา  ”
โรซ่าหยุดและเดินกลับมาที่โครอทที่  “  คุณตามหาฉันได้อย่างไร  ”  เธอพูด
“  ฉันไปหลายๆ  ผับในทุกคืน  และรอในที่จอดรถและมองดู  และคุณอยู่ที่นี้  และคุณกำลังทำเหตุการณ์หักหลังที่สกปรกอีกครั้ง  ”
“  มันไม่ใช่การขู่จะเปิดโปงความลับ  ”  โรซ่าพูดอย่างเร็ว  “  เขาเป็นคนขี้เมา  ”  และคุณก็เมาด้วยเช่นกันในอีกคืน
“  แต่รถของฉันไม่ได้ชนคุณ  !” โครอทที่พูด
“  คุณรู้ได้ยังไง  ”  โรซ่าพูด  “  คุณเมา  ”
“  ไม่  ไม่เมา  มันคือความสุขแค่นั้นเอง  ”โครอทที่พูด  “  เมื่อฉันกลับบ้าน  ฉันเริ่มคิด  คุณต้องการ  50  ปอนด์  คุณต้องการมาก  และฉันรู้เกี่ยวกับการแบลกเมล์  คุณดู  ครั้งหนึ่งฉันเคยโกหกเหมือนกัน  ”  โรซ่าจ้องมองเธอ  “  คุณเคยทำอะไร  ”  เธอถาม
“  ตอนฉันเป็นเด็ก  ”  โครอทที่  เบิร์นพูด  “  แม่ของฉันและพ่อออกไปข้างนอก  ตอนเย็นบ่อยๆ  เพื่อจะไปทานอาหาร  ไปหาเพื่อนของเขา  ไปดูหนัง  พวกเขาเองน้องสาวคนเล็กมาอยู่กับฉัน  เพราะฉันอายุ  10  ปี  พี่เลี้ยงเด็กของฉันเป็นผู้หญิงเป็นนักเรียน  8  และ  9  ขวบ  พวกเขาต้องการเงินไม่ดี  นักเรียนทั้งสองทำ  แต่ฉันชอบเงินเช่นกัน  ”
โครอทที่เบิร์นยิ้ม  “  มันง่าย  เริ่มแรกฉันดีกับพวกเขา  ฉันก็พูดว่า  ฉันต้องการเงินครั้งหนึ่ง  หรือจะให้ฉันบอกแม่เกี่ยวกับคุณ  ฉันจะบอกเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้  ว่าคุณตีฉัน  คุณเอาน้ำร้อนมาวางบนมือฉัน  คุณดึงผมฉัน  คุณปล่อยฉันไว้ในที่มืด  สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง  แต่เด็ก          กลัวแม่ของฉัน  เธอมีชื่อเสียง  คุณดู  เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กๆ  และออกโทรทัศน์และเมื่อเธอโกรธ  เธอไม่ได้เป็นคนที่ดีเลย  และดังนั้นพี่เลี้ยงเด็กไม่พูดอะไร  และให้เงินฉันครึ่งหนึ่ง  ”
“  คุณเป็นเด็กดีจริง  ! ”  โรซ่าพูด
“ ไม่  ฉันไม่ได้ดี  ” โครอทที่พูด  “  แต่บางคนดีกว่าเมื่อพวกเขาแก่ขึ้น  ตอนนี้ฉันไม่ได้ต้องการแบลกเมล์  แต่ฉันรู้ที่แบลกเมล์เมื่อฉันเห็น  ”  เธอยิ้มกับโรซ่าและโรซ่าจ้องมองข้างหลังเธอ
“  คุณต้องการอะไร  ?  ”  เธอพูด
โครอทที่  เบิร์น เอามือของเธอออก  “  ฉันต้องการ  50  ปอนด์ของฉันคืน  ”

สามนาทีต่อมา  โรซ่าขับรถเฟียทคันเล็กออกจากที่จอดรถที่ร้านเหล้า  เธอโกรธมาก
เพราะเธอโกรธ  เธอจึงขับรถเร็ว
สองกิโลเมตรจากผับ  รถของโรซ่าออกจากถนนและชนกับกำแพง  เธอไม่ตายแต่แขนและขาของเธอหัก  และหัวของเธอถูกกระทบกระเทือนอยู่ในรถ  เธอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้  เธอไม่สามารถออกมาจากรถ  เธอไม่สามารถหยิบโทรศัพท์ของเธอ
ตำรวจสองคนพบเธออยู่ในรถในชั่วโมงหลังจากนั้น  และโทรเรียกรถพยาบาล  หน้าของโรซ่าซีดและเธอไม่สามารถพูดได้  ตำรวจนั้นไม่เป็นมิตร
“  ฉันได้กลิ่นไวน์ที่เธอ  ”  ตำรวจคนแรกพูด

“  อีกคนเมาแล้วขับ  !  ”  ตำรวจคนที่สองพูด  “  ทำไมผู้คนถึงเมาแล้วขับ  ”